| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบการสั่งยาลดความดันโลหิต |
| นักวิจัย | : | อารีวรรณ เชี่ยวชาญวัฒนา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32864 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทราบรูปแบบการสั่งยา ลดความดันโลหิตแก่ผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง ลักษณะของผู้ป่วยและแพทย์กับการได้รับยาขับปัสสาวะหรือยาปิดกั้นเบต้า เก็บรวบรวมข้อมูล ย้อนหลังจากเวชระเบียนของผู้ป่วยนอกซึ่งได้รับการวินิจฉัยเป็นครั้งแรกว่าเป็นผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงชนิดที่ไม่ทราบ สมุฎฐานจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2539 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2540 จำนวนทั้งสิ้น 391 ราย รูปแบบการสั่งยา ลดความดันโลหิตในครั้งแรกที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงโดยแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์พบว่า ผู้ป่วยร้อยละ 86.4 ได้รับยาชนิดเดียว ร้อยละ 75.6 ได้รับยาที่ ต้องรับประทานวันละครั้ง และร้อยละ 69.7 ได้รับยาที่รับประทานครั้งละครึ่งถึงหนึ่งเม็ด ยาต้านแคลเซียมเป็นยาที่จ่ายมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 33.1 ของยาทั้งหมดที่จ่าย ชื่อยา ที่แพทย์สั่งจ่ายบ่อยเป็นอันดับที่ 1 คือ HCTZ (Hydrochlorothiazide) คิดเป็นร้อยละ 17.4 ของชื่อยาทั้งหมด ค่ายาลดความดันโลหิตที่ผู้ป่วยได้รับต่อเดือนมีการแจกแจงเบ้ขวา โดยมี ค่าสูงสุดเท่ากับ 1,995.03 บาท ค่าต่ำสุดเท่ากับ 1.95 บาท มัธยฐานเท่ากับ 235.71 บาท ผู้ป่วยที่ได้รับยาขับปัสสาวะหรือยาปิดกั้นเบต้าเป็นยาชนิดเดียวในครั้งแรกที่แพทย์วินิจฉัย ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 32.1 ของผู้ป่วยทั้งหมด ช่วงเชื่อมั่น 95% ระหว่าง ร้อยละ 27.8 ถึงร้อยละ 36.5 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของผู้ป่วยและ แพทย์กับการได้รับยาขับปัสสาวะหรือยาปิดกั้นเบต้าโดยใช้แบบจำลองแบบหลายชั้นพบว่า ลักษณะของผู้ป่วยซึ่งสัมพันธ์กับการได้รับยาขับปัสสาวะหรือยาปิดกั้นเบต้าอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ได้แก่ ระดับความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง (Adjusted Odds Ratio = 0.45, CI = 0.31 - 0.66), การมีโรคที่เกี่ยวข้องกับการสั่งยาลดความดันโลหิตร่วมด้วย (Adjusted Odds Ratio = 0.55, 95% CI = 0.31 - 0.99) และการมีสิทธิ์รักษาฟรีจากรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (Adjusted Odds Ratio = 0.51, 95% CI = 0.27 - 0.97) ลักษณะของแพทย์ที่สัมพันธ์กับการ สั่งจ่ายยาขับปัสสาวะหรือยาปิดกั้นเบต้าคือการเป็นแพทย์เฉพาะทาง เมื่อเปรียบเทียบกับแพทย์ เฉพาะทางอื่น ๆ พบว่า แพทย์เฉพาะทางอายุรกรรมและแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปสั่งจ่ายยาขับ ปัสสาวะหรือยาปิดกั้นเบต้าน้อยกว่า โดยมีค่า Adjusted Odds Ratio = 0.35, 95% CI = 0.13 - 0.91 และ Adjusted Odds Ratio = 0.34, 95% CI = 0.13 - 0.94), ตามลำดับ ลักษณะของผู้ป่วยที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการสั่งยาขับปัสสาวะหรือยาปิดกั้นเบต้าอย่าง ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ เพศ (Adjusted Odds Ratio = 0.83, 95% CI = 0.44 - 1.56), กลุ่มอายุ (Adjusted Odds Ratio = 1.04, 95% CI = 0.60 - 1.82) และน้ำหนักตัวของผู้ป่วย (Adjusted Odds Ratio = 0.96, 95% CI = 0.53 - 1.74) |
| บรรณานุกรม | : |
อารีวรรณ เชี่ยวชาญวัฒนา . (2543). รูปแบบการสั่งยาลดความดันโลหิต.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อารีวรรณ เชี่ยวชาญวัฒนา . 2543. "รูปแบบการสั่งยาลดความดันโลหิต".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อารีวรรณ เชี่ยวชาญวัฒนา . "รูปแบบการสั่งยาลดความดันโลหิต."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. อารีวรรณ เชี่ยวชาญวัฒนา . รูปแบบการสั่งยาลดความดันโลหิต. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
