| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| นักวิจัย | : | รัชตวรรณ ศรีตระกูล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32845 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) แบบการศึกษา สหสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับของความรู้ ทัศนคติ กับการปฏิบัติการ พิทักษ์สิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ (2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ กับการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาล วิชาชีพในโรงพยาบาลศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 156 คน ใช้วิธีการสุ่ม แบบกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยการสุ่มตัวอย่างโรงพยาบาลศูนย์ 3 แห่ง จาก 6 แห่ง คือ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป ของตัวอย่าง ความรู้เรื่องการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ทัศนคติต่อการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย และการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ผู้วิจัยนำเครื่องมือไปตรวจสอบความตรงตาม เนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ทดลองใช้เครื่องมือกับพยาบาลวิชาชีพใน โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี จำนวน 30 คน หาค่าความยาก พบว่า มีค่าความยากอยู่ระหว่าง .20-.80 และมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ +.20 ขึ้นไป หาความ เที่ยงของแบบสอบถความรู้เรื่องการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย โดยใช้สูตรของคูเดอร์ และ ริชาร์ดสัน-20 และใช้สูตรสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค หาความเที่ยงของแบบวัด ทัศนคติต่อการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย และแบบสอบถามการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงเท่ากับ 0.74, 0.70 และ 0.82 ตามลำดับ เก็บรวบรวม ข้อมูลโดยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ ได้รับแบบสอบถามกลับคืนที่สมบูรณ์ 156 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 93 ของกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และทดสอบนัย สำคัญทางสถิติของค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์โดยการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1. พยาบาลวิชาชีพส่วนใหญ่ร้อยละ 54.5 มีความรู้เรื่องการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยอยู่ใน ระดับมาก ร้อยละ 76.9 มีทัศนคติต่อการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยอยู่ในระดับดี และร้อยละ 64.7 มีการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยอยู่ในระดับมาก 2. ความรู้กับทัศนคติต่อการพิทักษ์สิทธิ์ผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ มีความสัมพันธ์ กันทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = -0.226) แต่ความรู้กับการปฏิบัติ การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ ไม่มีความสัมพันธ์กัน 3. ทัศนคติกับการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ มีความสัมพันธ์ กันทางบวกในระดับปานกลาง (r = 0.625) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 |
| บรรณานุกรม | : |
รัชตวรรณ ศรีตระกูล . (2543). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รัชตวรรณ ศรีตระกูล . 2543. "ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รัชตวรรณ ศรีตระกูล . "ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. รัชตวรรณ ศรีตระกูล . ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
