ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร ในจังหวัดร้อยเอ็ด

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร ในจังหวัดร้อยเอ็ด
นักวิจัย : ชัยศักดิ์ สวนสีดา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32495
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) สภาพทั่วไปทางเศรษฐกิจและสังคมบางประการ ของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร (2) การมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่มของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร (3) ความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีต่อพนักงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร และการ ฝึกอบรม และ (4) เปรียบเทียบระดับความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีพื้นฐานทาง เศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยมีจำนวน 106 คน ได้จากการสุ่ม ตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่า สถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test และค่า F-test ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมีอายุโดยเฉลี่ย 45.8 ปี มีจำนวนบุตร 3-4 คน ร้อยละ 50.0 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 56.6 ขนาดของครอบครัวมีสมาชิก 4-5 คน ร้อยละ 53.8 มีขนาดพื้นที่ถือครองทางการเกษตรขนาดไม่เกิน 10 ไร่ ร้อยละ 34.0 โดยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองร้อยละ 88.7 มีอาชีพหลักทำนาร้อยละ 95.3 อาชีพรองทำไร่ร้อยละ 28.4 สมาชิกมีรายได้เงินสดจากการปลูกพืชเฉลี่ย 14,374.00 บาทต่อครอบครัวต่อปี และร้อยละ 72.6 ของสมาชิกกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร การมีส่วนร่วมในงาน ส่งเสริมเคหกิจเกษตร ของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมากที่สุด จำนวน 10 อันดับแรก ได้แก่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมจนเกิดรายได้ การสร้างความสามัคคีในชุมชน การถนอมอาหารประเภท ตากแห้ง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ การจัดหาตลาดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ การจัดหาเครื่องใช้ภายในบ้าน การมีส่วนร่วมในงานและกิจกรรมกลุ่ม การมีส่วนร่วม ทำความสะอาดบริเวณบ้าน และกิจกรรมด้านวิธีการปลูกพืช เรื่องที่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มีความต้องการต่องานส่งเสริมเคหกิจเกษตรมากที่สุดใน 10 อันดับแรก ได้แก่ การสร้างความ สามัคคีในชุมชน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ วิธีการปลูกพืช การประกอบอาหารที่ถูกสุขอนามัยและมีคุณภาพ การจัดหาเครื่องใช้ในบ้าน การทำความสะอาดบ้าน และบริเวณบ้าน การตัดเย็บเสื้อผ้า การสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่ม การมีส่วนร่วมในงานกิจกรรม และการประสานของผู้นำชุมชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ด้านสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมีความต้องการต่อคุณลักษณะของเจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร ดังนี้ เป็นผู้ที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี แต่งงานแล้ว มีภูมิลำเนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรมีความรู้เรื่องการเพิ่มผลผลิตการเกษตร ให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์แและการประสานงาน ในด้านให้คำแนะนำความรู้ทางวิชาการได้ และควรออกเยี่ยมเยียนอย่างน้อยเดือนละ 2 วัน โดย เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม การเปรียบเทียบความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ที่มีสภาพทางเศรษฐกิจและ สังคมแตกต่างกัน พบว่า (1) สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 50 ปี มีความต้องการ สูงกว่ากลุ่มอื่น ในเรื่อง การจัดทำแผนการดำเนินงานของตนเอง การร่วมทำกิจกรรม สาธารณประโยชน์ในท้องถิ่น และการทอผ้าไหมหรือผ้าฝ้าย (2) สมาชิกที่จบการศึกษาชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 มีความต้องการในเรื่องการถนอมอาหารประเภททำเค็มจากพืช การจัดตกแต่งและ ซ่อมแซมบ้านเรือน และการทอผ้าไหมหรือผ้าฝ้าย สูงกว่าสมาชิกกลุ่มแม่บ้านที่จบสูงกว่าชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 และ (3) สมาชิกที่มีที่ดินถือคองไม่เกิน 10 ไร่ มีความต้องการสูงกว่า กลุ่มอื่นในเรื่องการจัดหาตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การรวมหุ้นในการจัดตั้งกองทุนกลุ่ม การ ป้องกันโรคสัตว์ การถนอมอาหารประเภททำเค็มจากพืช และการถนอมอาหารประเภทแช่แข็งจากพืช และสัตว์ สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีที่ดินถือครอง 11-20 ไร่ มีความต้องการต่ำกว่ากลุ่ม อื่นในเรื่องการประชุมตามวันเวลาที่กำหนดไว้ การประกอบอาหารที่ถูกสุขอนามัยและมีคุณภาพ และการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีที่ดินถือครอง มากกว่า 20 ไร่ มีความต้องการในเรื่อง การจัดทำแผนการดำเนินงานกลุ่ม การจัดหาแหล่งเงินกู้ และความเข้าใจวัตถุประสงค์การดำเนินงานกลุ่มสูงกว่ากลุ่มอื่น จากผลการศึกษาในเรื่องนี้มีข้อเสนอแนะว่า การส่งเสริมเคหกิจเกษตรให้กับสมาชิกกลุ่ม แม่บ้านเกษตรกรในจังหวัดร้อยเอ็ด ควรมุ่งเพิ่มพูนความรู้ในเรื่องกิจกรรมที่ทำให้เกิดรายได้ แก่ครอบครัวของสมาชิกเป็นหลัก โดยการสนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์ การให้การศึกษาอบรมในด้าน วิธีการปลูกพืช การเลี้ยงและดูแลสัตว์ ในด้านการถนอมอาหารควรมุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการ ประกอบอาหารที่ถูกสุขลักษณะอนามัยและมีคุณภาพ การถนอมอาหารประเภทหมักดอง การแช่แข็ง การ ทำเค็ม การตากแห้ง และการตัดเย็บเสื้อผ้า สำหรับด้านสังคมนั้นควรเน้นเรื่องการส่งเสริม ความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในครอบครัว การรวมหุ้นในการจัดตั้งกองทุนกลุ่ม การ สนับสนุนกิจกรรมกลุ่ม การมีส่วนร่วมในงานพัฒนาชุมชน และการประสานงานระหว่างผู้นำชุมชนกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนในด้านสภาพแวดล้อมนั้น ควรให้ความรู้ในเรื่อง การจัดหาเครื่องใช้ ภายในบ้าน การทำความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน ทั้งนี้ในกลุ่มสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ควรเน้นให้ความรู้เรื่องการจัดทำแผนการดำเนินงาน การทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม และการทอผ้า ส่วนในกลุ่มสมาชิกที่มีที่ดินน้อยกว่า 10 ไร่ ควรเน้นให้ความรู้ เรื่องการจัดตั้งกองทุนกลุ่ม การจัดหาตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และการถนอมอาหาร

บรรณานุกรม :
ชัยศักดิ์ สวนสีดา . (2542). ความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร ในจังหวัดร้อยเอ็ด.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชัยศักดิ์ สวนสีดา . 2542. "ความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร ในจังหวัดร้อยเอ็ด".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชัยศักดิ์ สวนสีดา . "ความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร ในจังหวัดร้อยเอ็ด."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ชัยศักดิ์ สวนสีดา . ความต้องการของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร ในจังหวัดร้อยเอ็ด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.