| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี |
| นักวิจัย | : | ทรายทอง พวกสันเทียะ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32457 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ (Causal Model) ของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยแยกทำการศึกษารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุในกลุ่ม นักศึกษาชาย และในกลุ่มนักศึกษาหญิง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2541 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) จำนวน 314 คน เป็นนักศึกษาชาย จำนวน 205 คน และนักศึกษาหญิง จำนวน 109 คน ตัวแปรภายนอกที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย ความรู้เดิม ความถนัดทางการเรียน คณิตศาสตร์ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ เจตคติต่อการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 เวลาที่ใช้ในการศึกษา เพิ่ม เวลาที่ใช้ทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย นิสัยในการเรียน และการปรับตัวของนักศึกษา ตัวแปรภายใน คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูล ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดความถนัดทางการเรียนคณิตศาสตร์ แบบวัดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 แบบวัดนิสัยในการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 และแบบสอบ ถามการปรับตัวของนักศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS For WINDOWS โดยใช้สถิติ วิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) ด้วยการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ~bผลการวิจัยพบว่า~b 1. ในกลุ่มนักศึกษาชาย มีรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นดังนี้ตัวแปรที่มีอิทธิพลในรูปเป็นสาเหตุทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 คือ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ เวลาที่ใช้ในการศึกษาเพิ่ม เวลาที่ใช้ทำกิจกรรมใน มหาวิทยาลัย ความถนัดทางการเรียนคณิตศาสตร์ การปรับตัวของนักศึกษา เจตคติทางการเรียนต่อ วิชา แคลคูลัส 1 และนิสัยในการเรียน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์เส้นทางเป็น .485, .220, -.194, .190, -.188, .096 และ .047 ตามลำดับ ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 ได้แก่ ความรู้เดิม กลุ่มตัวแปรทั้งหมด 7 ตัว สามารถอธิบายความแปรปรวนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 ได้ร้อยละ 67.90 (R = .824) ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการพยากรณ์ เท่ากับ .551 2. ในกลุ่มนักศึกษาหญิงมีรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาแคลคูลัส 1 ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นดังนี้ตัวแปรที่มีอิทธิพลในรูปเป็นสาเหตุทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คือ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ เวลาที่ใช้ในการศึกษาเพิ่ม ความรู้เดิม การปรับตัวของนักศึกษา เวลาที่ใช้ทำกิจกรรมใน มหาวิทยาลัย และนิสัยในการเรียน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์เส้นทางเป็น .285, .261, .230, -.179, -.167 และ .163 ตามลำดับ ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 ได้แก่ ความถนัด ทางการเรียนคณิตศาสตร์และเจตคติต่อการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 กลุ่มตัวแปรทั้งหมด 6 ตัว สามารถอธิบายความแปรปรวนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา แคลคูลัส 1 ได้ร้อยละ 51.80 (R = .72) ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการพยากรณ์ เท่ากับ .677 |
| บรรณานุกรม | : |
ทรายทอง พวกสันเทียะ . (2542). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรายทอง พวกสันเทียะ . 2542. "รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรายทอง พวกสันเทียะ . "รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ทรายทอง พวกสันเทียะ . รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา แคลคูลัส 1 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
