| ชื่อเรื่อง | : | ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนต่อระดับความรู้สึก สูญเสียอำนาจในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่าง |
| นักวิจัย | : | พนอ เตชะอธิก |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32289 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของ โปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนต่อความรู้สึกสูญเสีย อำนาจในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่าง กรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ใช้ทฤษฎีการปรับตัวของรอยและแนวคิดเสริมสร้างพลังอำนาจของ เฟลอร์รี่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่างระยะ ต้นของการฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2540 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ.2541 แบ่งเป็น กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 10 คน โดยวิธีจับฉลากจากชุดผู้ป่วยที่เรียง ตามวันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล กลุ่มทดลองเป็นกลุ่มที่ได้รับโปรแกรม เสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนจากผู้วิจัย และกลุ่มควบคุมเป็นกลุ่มที่ได้ รับการพยาบาลตามปกติ โปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนสร้างขึ้นจากแนวคิด เสริมสร้างพลังอำนาจของเฟลอร์รี่ แบ่งกระบวนการของโปรแกรมเป็น 3 ระยะ ตามระยะการเกิดกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจในผู้ป่วย กล่าวคือ ระยะที่ 1 การประเมินความพร้อม ระยะที่ 2 การ เปลี่ยนแปลง และระยะที่ 3 การผสมผสานเข้าเป็นเรื่องปกติของชีวิต ส่วนวิธีการดำเนินการ ใช้วิธีการ สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างพยาบาลกับผู้ป่วย โดยพยาบาลเป็น ผู้ให้การสนับสนุนด้านความรู้ เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการปรับตัวและเป็นผู้ให้ คำปรึกษา ให้ผู้ป่วยเรียนรู้ ด้วยตนเองจากสื่อภาพพลิกประกอบเสียงเกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพของตนเอง และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยวิเคราะห์การนำไปใช้ ในการแก้สถานการณ์ของตนเอง ระยะเวลาของโปรแกรมใช้เวลา 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที เป็นจำนวน 8 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไปของ ผู้ป่วย แบบวัดความรู้สึกสูญเสียอำนาจในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่าง สร้างโดย ชุติมา มุสิกะสังข์ (2535) ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพหาความตรงตาม เนื้อหาและมีค่าความเที่ยงได้เท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความคลาด เคลื่อนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่างที่ได้รับโปรแกรมเสริมสร้าง พลังอำนาจ อย่างมีแบบแผน มีระดับความรู้สึกสูญเสียอำนาจโดยรวมน้อยกว่า ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่างที่ไม่ได้รับโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมี แบบแผน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ 0.05 (ค่าเฉลี่ยของความรู้สึก สูญเสียอำนาจในกลุ่มควบคุมเท่ากับ 151.60 และค่าเฉลี่ยของความรู้สึก สูญเสียอำนาจในกลุ่มทดลองเท่ากับ 119.40) จากผลการวิจัยนี้แสดงให้ เห็นว่าโปรแกรมเสริมสร้าง พลังอำนาจอย่างมีแบบแผนนี้ มีผลทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อระดับการเสริมสร้างพลังอำนาจใน ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่างด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
พนอ เตชะอธิก . (2541). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนต่อระดับความรู้สึก สูญเสียอำนาจในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่าง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พนอ เตชะอธิก . 2541. "ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนต่อระดับความรู้สึก สูญเสียอำนาจในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่าง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พนอ เตชะอธิก . "ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนต่อระดับความรู้สึก สูญเสียอำนาจในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่าง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. พนอ เตชะอธิก . ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจอย่างมีแบบแผนต่อระดับความรู้สึก สูญเสียอำนาจในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่าง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
