| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาวิธีการออกแบบปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตกำลังสูง โดยอาศัยปริมาณเพสต์เติมเกิน |
| นักวิจัย | : | จักรี ติยะวงศ์สุวรรณ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31999 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จุดประสงค์ของงานวิทยานิพนธ์นี้คือ การศึกษาวิธีการหาปฏิภาค ส่วนผสมของคอนกรีตกำลังสูงผสมสารลดน้ำพิเศษ โดยอาศัยหลักการที่ว่า ปริมาณเพสต์ที่เติมลงไปในช่องว่างระหว่างอนุภาคของมวลรวมนั้นไม่ เพียงพอสำหรับการทำงานได้ของคอนกรีต ดังนั้นจึงใช้เพสต์ส่วนเติมเกิน เพื่อให้เกิดการหล่อลื่นระหว่างอนุภาคของมวลรวมให้ได้ความสามารถ ทำงานได้ตามต้องการ ซึ่งวิธีการนี้สามารถใช้เป็นจุดเริ่มของการหา ปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตกำลังสูง เพื่อที่จะลดจำนวนของชุดทดลองผสม ในการศึกษาผลของปริมาณเพสต์ต่อค่าความสามารถทำงานได้นี้ จะใช้วัสดุในการทดสอบดังนี้ หินปูนย่อย, ทรายแม่น้ำ, ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และสารลดน้ำพิเศษ โดยทำการผสมที่ค่าอัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์เท่ากับ 0.26 และ 0.30 และค่าอัตราส่วนทรายต่อมวลรวมทั้งหมดเท่ากับ 0.40, 0.50 และ 0.60 แต่ละส่วนผสมจะใช้ปริมาณสารลดน้ำพิเศษร้อยละ 2 โดยน้ำหนักของปูนซีเมนต์ ในการทดสอบจะศึกษาผลกระทบของ ปริมาณเพสต์เติมเกิน ต่อลักษณะของความสามารถทำงานได้ต่าง ๆ เช่น ค่าการยุบตัว, ค่าการไหลแผ่ยุบตัว และค่าการไหล (DIN Flow) สำหรับคอนกรีตในสภาพแข็งตัวจะทำการทดสอบหาค่ากำลังรับแรงอัด และหาค่าโมดูลัสยืดหยุ่น จากการทดสอบจะพบว่า ความสามารถทำงานได้จะขึ้นอยู่กับ ปริมาณของเพสต์เติมเกินปริมาณของเพสต์เติมเกินจะลดลงเมื่อค่า อัตราส่วนทรายต่อมวลรวมทั้งหมดลดลง โดยค่าอัตราส่วนทรายต่อ มวลรวมทั้งหมดที่เหมาะสมมีค่าเท่ากับ 0.50 เนื่องจากใช้ปริมาณ ปูนซีเมนต์น้อยที่สุดและไม่เกิดการแยกตัวของคอนกรีต และปริมาณ ของเพสต์เติมเกินจะลดลงเมื่อความเหลวของส่วนเพสต์มากขึ้น เนื่องจากค่าอัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้น คอนกรีตที่ค่า อัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์เท่ากับ 0.26 จะต้องการปริมาณเพสต์เติม เกินในช่วง 3-7% (3-5% และบางครั้งอาจใช้ถึง 7%) คอนกรีตที่ ค่าอัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์เท่ากับ 0.30 จะต้องการปริมาณเพสต์ เติมเกินในช่วง 1-3% (1-2% และบางครั้งอาจใช้ถึง 3%) ใน การทดสอบคอนกรีตที่แข็งตัวแล้วปริมาณของเพสต์เติมเกินในช่วงทดสอบ ไม่มีความสัมพันธ์กับกำลังรับแรงอัด กำลังรับแรงอัดของคอนกรีตที่ ทดสอบที่อายุ 28 วัน มีค่าอยู่ระหว่าง 640-820 กก./ตร.ซม. ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของคอนกรีตมีค่าระหว่าง 43500 ถึง 47100 กก./ตร./ซม. ซึ่งสูงกว่าค่าที่ได้จากสมการทำนาย ( , กก./ตร. ซม.) โดยเฉลี่ยเท่ากับ 13% |
| บรรณานุกรม | : |
จักรี ติยะวงศ์สุวรรณ . (2540). การศึกษาวิธีการออกแบบปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตกำลังสูง โดยอาศัยปริมาณเพสต์เติมเกิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จักรี ติยะวงศ์สุวรรณ . 2540. "การศึกษาวิธีการออกแบบปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตกำลังสูง โดยอาศัยปริมาณเพสต์เติมเกิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จักรี ติยะวงศ์สุวรรณ . "การศึกษาวิธีการออกแบบปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตกำลังสูง โดยอาศัยปริมาณเพสต์เติมเกิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. จักรี ติยะวงศ์สุวรรณ . การศึกษาวิธีการออกแบบปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตกำลังสูง โดยอาศัยปริมาณเพสต์เติมเกิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
