ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้แบบจำลองประเมินการเจริญเติบโตของข้าวโพด

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้แบบจำลองประเมินการเจริญเติบโตของข้าวโพด
นักวิจัย : ปรีชา แสงโสดา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31711
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญพืชหนึ่งของภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ปัญหาที่สำคัญของการผลิตข้าวโพดในภาคนี้ คือ ภาวะฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วงซึ่งทำให้ผลผลิตต่ำ ดังนั้น การ เลือกพื้นที่และช่วงเวลาปลูกให้เหมาะสม รวมถึงการใช้พันธุ์ ที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มผลผลิตของข้าวโพดได้ แบบจำลองพืช (crop modeling) เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยวิเคราะห์ ปัญหา และร่วมวางแผนการจัดการพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ คือ 1) ศึกษาการเจริญ เติบโตของข้าวโพดพันธุ์นครสวรรค์ 1 และสุวรรณ 1 เมื่อขาด น้ำในช่วงออกไหม และนำข้อมูลที่ศึกษามาใช้ในการตรวจสอบ ความสามารถของแบบจำลองในการประเมินผลผลิตของข้าวโพด 2) ศึกษาอัตราการสังเคราะห์แสงของข้าวโพดพันธุ์นครสวรรค์ 1 ภายใต้ความเข้มแสง 4 ระดับ ผลการทดลองพบว่า การงดให้น้ำ 1 สัปดาห์ในช่วงออกไหม ทำให้อัตราการเพิ่มผลผลิตน้ำหนักแห้งทั้งส่วนลำต้นและเมล็ด ลดลงในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังงดให้น้ำ ในขณะที่ความสูง ขนาดของใบ และพื้นที่ใบเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ส่วนความชื้น ในดินจะลดลงใกล้จุดเหี่ยวถาวรที่ระดับความลึก 0-30 เซ็นติเมตร จากผิวดิน พันธุ์ข้าวโพดทั้งสองพันธุ์มีการตอบสนองที่คล้ายกัน เนื่องจากมีลักษณะทางพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการเจริญเติบโต พบว่าพันธุ์สุวรรณ 1 มีแนวโน้ม ที่สามารถชดเชยผลผลิตที่ชะงักไปเมื่องดให้น้ำได้ดีกว่าพันธุ์ นครสวรรค์ 1 จึงทำให้ผลผลิตเมื่อเก็บเกี่ยวใกล้เคียงกับการ ได้รับน้ำปกติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การชะงักการเจริญเติบโตเกิดขึ้น เนื่องจากความสามารถของแหล่งผลิตอาหารถูกจำกัดชั่วคราว โดยที่จำนวนและความสามารถของแหล่งสะสมอาหารไม่ได้ถูก จำกัด เมื่อนำข้อมูลลักษณะพืชที่ได้จากการทดลองไปปรับใช้ใน แบบจำลอง พบว่าผลผลิตที่ได้จากการประเมินมีความแปรปรวน ผลการวิเคราะห์การตอบสนอง (sensitive analysis) บ่งชี้ถึงความไวต่อความคลาดเคลื่อนของการสังเคราะห์แสง จึงได้ทำการทดลองที่ 2 ผลการทดลองพบว่า ผลผลิตลดลง ตามระดับความเข้มแสงที่ลดลง และตามช่วงเวลาของการลดแสง และสามารถฟื้นตัวได้ ลักษณะการสังเคราะห์แสงที่ได้จากการ ทดลองนั้น คือ อัตราการสังเคราะห์แสงที่จุดอิ่มตัวของแสงและ ที่จุดเริ่มต้น มีค่า 40 CO(,2) (kg ha(-1)h(-1)) และ 0.32 CO(,2)(kg ha(-1)h(-1))/(J m(-2)s(-1)) ตามลำดับ เมื่อทำการประเมินการเจริญเติบโตภายใต้ภาวะแสง ของการทดลอง พบว่า แบบจำลองสามารถตอบสนองต่อการ เปลี่ยนแปลงของแสงได้อย่างดี และมีรูปแบบการเปลี่ยนแปลง ของผลผลิตเช่นเดียวกับผลการทดลอง อย่างไรก็ตาม ได้เสนอแนะ ว่า หากต้องการใช้แบบจำลองพืชเพื่อศึกษาในรายละเอียดของการ ตอบสนองของข้าวโพดต่อสภาพการขาดน้ำของภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ควรจะตรวจสอบและปรับปรุงความสัมพันธ์ของศักย์ ของน้ำในใบ อัตราการขยายตัวของราก และปริมาณน้ำในดิน เพิ่มเติม

บรรณานุกรม :
ปรีชา แสงโสดา . (2539). การใช้แบบจำลองประเมินการเจริญเติบโตของข้าวโพด.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา แสงโสดา . 2539. "การใช้แบบจำลองประเมินการเจริญเติบโตของข้าวโพด".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา แสงโสดา . "การใช้แบบจำลองประเมินการเจริญเติบโตของข้าวโพด."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ปรีชา แสงโสดา . การใช้แบบจำลองประเมินการเจริญเติบโตของข้าวโพด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.