| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระบบไอโซไซม์ที่เหมาะสมในพริกโดยวิธีอิเลคโตรโฟ เรซีส |
| นักวิจัย | : | บุบผา ใจเที่ยง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31453 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ไอโซไซม์ในพืชโดยวิธี อิเลคโตรโฟเรซีสมาใช้ประโยชน์ในงานปรับปรุงพันธุ์พืช การ จำแนกพันธุ์ การศึกษาด้านสรีรวิทยาและพัฒนาการของพืช รวมทั้งการศึกษาด้านโรคพืชให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นจะ ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการปรากฎแถบของ ไอโซไซม์ตลอดจนความเหมาะสมของระบบไอโซไซม์ ดังนั้นในการ ศึกษากครั้งนี้จึงเป็นการศึกษาถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผล ต่อการแปลผลไอโซไซม์ในพริก การศึกษาระบบไอโซไซม์ที่เหมาะสมในพริกพันธุ์ห้วยสีทน (Capsicum annuum L.) โดยปัจจัยที่ศึกษาประกอบด้วย อายุ กล้าที่นำมาศึกษาคือ 25 35 45 และ 55 วัน เปรียบเทียบกับ กล้าพริกที่อายุ 90 วัน ชนิดของไอโซไซม์ที่ศึกษามี 5 ชนิด คือ เพอร์ออกซิเดส (Prx) กลูตาเมตออกซาโลอะซิเตต ทรานสะมิเนส (GOT) ฟอสโฟกลูโคมิวเตส (Pgm) กลูโคสฟอสเฟต ไอโซเมอเรส (Pgi) และลิวซีนอะมิโนเปบติเดส (LAP) โดยใช้ ความเข้มข้นของตัวกลางที่เป็นโพลีอะคริลาไมด์ 7.5 และ 10 เปอร์เซ็นต์ สารสกัด เอนไซม์ 2 ชนิด สกัดเอนไซม์จากส่วน ของใบที่เจริญเติบโตเต็มที่ ผลการทดลองพบว่าในไอโซไซม์ Prx. จากต้นกล้าพริกที่ มีอายุ 25 วัน แถบที่ปรากฎบนตัวกลางโพลีอะคริลาไมด์ทั้ง สองความเข้มข้น คือที่ 7.5 และ 10 เปอร์เซ็นต์จะจางมาก ซึ่งสารสกัดเอนไซม์ทั้ง 2 ชนิดจะให้ผลการเกิดแถบเช่นเดียว กัน ส่วนแถบของไอโซไซม์ Prx ที่ได้จากต้นกล้าพริกอายุตั้ง แต่ 35 วันขึ้นไป พบว่าจะให้แถบที่คมชัดเมื่อใช้ความ เข้มข้นของตัวกลาง 10 เปอร์เซ็นต์ แถบที่ปรากฎมี 3 แถบ แต่ถ้าใช้ตัวกลางที่มีความเข้มข้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ แถบที่ ได้จะไม่คมชัด ซึ่งสารสกัดทั้ง 2 ชนิด ให้ผลเช่นเดียวกัน ส่วน GOT พบว่ากล้าพริกจากทุกระยะการเจริญเติบโต ที่นำมาศึกษาให้แถบที่มีความคมชัดดีเช่นเดียวกันเมื่อใช้ ตัวกลางที่มีความเข้มข้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ โดยจะปรากฎแถบ ของไอโซไซม์ 2 แถบ ส่วนความคมชัดของแถบไอโซไซม์ที่ใช้ ความเข้มข้นของตัวกลาง 10 เปอร์เซนต์ พบว่าแถบที่ปรากฎจะอยู่ ชิดกันมากทำให้สังเกตความแตกต่างของแถบไอโซไซม์ได้ยาก ซึ่งสารสกัดทั้ง 2 ชนิด ให้ผลเช่นเดียวกัน สำหรับ Pgm จากระยะกล้าต่าง ๆ ที่นำมาศึกษา ให้แถบ ที่มีความคมชัดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่ความเข้มข้นของตัว กลาง 10 เปอร์เซ็นต์ จะให้แถบที่คมชัด จำนวนแถบของ ไอโซไซม์ที่ใช้สารสกัดชนิดที่ 1 ปรากฎแถบ 2 แถบ แต่ถ้า ใช้สารสกัดชนิดที่ 2 จะปรากฎแถบ 3 แถบ ส่วนที่ความเข้มข้น ของตัวกลาง 7.5 เปอร์เซ็นต์ แถบที่ได้ไม่คมชัด ส่วน Pgi จากกล้าทุกระยะการเจริญเติบโตที่นำมาศึกษา ให้แถบที่มีความคมชัดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่ความเข้มข้น ของตัวกลาง 10 เปอร์เซ็นต์ สารสกัดชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ให้ผลเช่นเดียวกัน โดยจะให้แถบของไอโซไซม์ 2 แถบ แต่การ เคลื่อนที่ของแถบไอโซไซม์จะแตกต่างกัน โดยพบว่าตำแหน่งที่ 2 ของแถบไอโซไซม์ที่ได้จากสารสกัดชนิดที่ 2 จะเคลื่อนที่ ช้ากว่าตำแหน่งที่ 2 ของแถบที่ได้จากสารสกัดชนิดที่ 1 ส่วนความเข้มข้นของตัวกลาง 7.5 เปอร์เซ็นต์ แถบที่ปรากฎ จางมากไม่สามารถวัดระยะการเคลื่อนที่ของแถบไอโซไซม์ได้ ส่วน LAP ไม่ปรากฎแถบของไอโซไซม์ในทุกอายุกล้าพริกที่นำ มาศึกษา จากการทดลองสามารถสรุปว่าแถบของไอโซไซม์ Prx ที่ได้ จากต้นกล้าพริกอายุตั้งแต่ 35 วันขึ้นไป จะให้แถบที่คมชัด เมื่อใช้ความเข้มข้นของตัวกลาง 10 เปอร์เซ็นต์ แถบที่ ปรากฎมี 3 แถบโดยที่สารสกัดทั้ง 2 ชนิด ให้ผลเช่นเดียวกัน ส่วนแถบไอโซไซม์ GOT พบว่าทุกระยะการเจริญเติบโตที่นำมา ศึกษาให้แถบที่มีความคมชัดดีเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อ ใช้ตัวกลางที่มีความเข้มข้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ โดยจะปรากฎ แถบของไอโซไซม์ 2 แถบ ซึ่งสารสกัดทั้ง 2 ชนิด ให้ผลไม่ แตกต่างกันส่วนการศึกษาระบบของไอโซไซม์ Pgm และ Pgi พบว่า แถบไอโซไซม์จากกล้าระยะต่าง ๆ ที่นำมาศึกษา ให้แถบที่มี ความคมชัดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่ความเข้มข้นของตัวกลาง 10 เปอร์เซ็นต์จะให้แถบที่คมชัด แต่ผลของสารสกัดทั้งสอง ชนิดให้ผลแตกต่างกัน โดยในการศึกษาไอโซไซม์ Pgm จำนวนแถบ ของไอโซไซม์ที่ใช้สารสกัดชนิดที่ 1 ปรากฎแถบ 2 แถบ แต่ถ้า ใช้สารสกัดชนิดที่ 2 จะปรากฎแถบ 3 แถบ ส่วนไอโซไซม์ Pgi จำนวนแถบที่ได้จะได้ 2 แถบเท่ากัน แต่แตกต่างกันที่การ เคลื่อนที่ของไอโซไซม์ โดยพบว่าตำแหน่งที่ 2 ของแถบ ไอโซไซม์ที่ได้จากสารสกัดชนิดที่ 2 จะเคลื่อนที่ช้ากว่า ตำแหน่งที่ 2 ของแถบที่ได้จากสารสกัดชนิดที่ 1 จากการทดลองพบว่า Prx และ GOT เป็นระบบที่ประหยัด ค่าใช้จ่ายและมีประสิทธิภาพสามารถนำมาจำแนกสายพันธุ์พริก 3 พันธุ์ คือ ห้วยสีทน (Capsicum annuum) พริกช่อมข. (C. annuum) และพริกพื้นเมืองของจังหวัดเลย พันธุ์ปากปวน (C. frutescense) โดยใช้วิธีทางอิเลคโตรโฟเรซีส พบว่า Prx สามารถแยกความแตกต่างระหว่างพริกที่อยู่ในชนิดที่เป็น C. annuum และ C. frutescens ได้ แต่ไม่สามารถแยกความ แตกต่างระหว่างพริกห้วยสีทนและพริกช่อ มข.ที่อยู่ในชนิด เดียวกัน คือ C. annuum ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
บุบผา ใจเที่ยง . (2537). การศึกษาระบบไอโซไซม์ที่เหมาะสมในพริกโดยวิธีอิเลคโตรโฟ เรซีส.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บุบผา ใจเที่ยง . 2537. "การศึกษาระบบไอโซไซม์ที่เหมาะสมในพริกโดยวิธีอิเลคโตรโฟ เรซีส".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บุบผา ใจเที่ยง . "การศึกษาระบบไอโซไซม์ที่เหมาะสมในพริกโดยวิธีอิเลคโตรโฟ เรซีส."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. บุบผา ใจเที่ยง . การศึกษาระบบไอโซไซม์ที่เหมาะสมในพริกโดยวิธีอิเลคโตรโฟ เรซีส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
