| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อปฏิกิริยาตอบสนองทาง ด้านจิตใจของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเต้านม |
| นักวิจัย | : | อุบล จ๋วงพานิช |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31414 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้เป็นวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของการให้ข้อมูล เตรียมความพร้อมต่อปฏิกิริยาตอบสนองทางด้านจิตใจของผู้ป่วยที่ได้รับ การผ่าตัดเต้านม กรอบแนวคิดที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ทฤษฏีการปรับ ตนเองของ Leventhal และ Johnson (1983) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่มา รับการรักษาโดยการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 40 ราย ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2535 ถึงเดือนพฤษภาคม 2536 โดยเลือกตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนดด้วยวิธีการ สุ่มแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มทดลอง คือ กลุ่มที่ได้รับข้อมูล เตรียมความพร้อม กลุ่มควบคุม คือ กลุ่มที่ไม่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อม การให้ข้อมูลเตรียมความพร้อม เป็นวิธีการพยาบาลที่กำหนดขึ้น ประกอบด้วยข้อมูล 2 ชนิด ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการและข้อมูลชนิด บ่งบอกความรู้สึก ซึ่งจะถูกบันทึกเนื้อหาในเทปบันทึกเสียง และมีภาพพลิก ประกอบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบวัดความวิตกกังวลแบบ สเตทของ Spielberger และคณะ (1976) แบบวัดความเจ็บปวดและ ความทุกข์ทรมานของ Johnson (อ้างถึงใน Jacox, 1977) และแบบ ประเมินภาพลักษณ์ดัดแปลงมาจากแบบสอบถามเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของ การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของ ยุพาวรรณ (2534) ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มได้รับการประเมินความวิตกกังวล และภาพลักษณ์ ในเย็นวันก่อนผ่าตัด 1 วัน จากนั้นกลุ่มทดลองได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อม หลังจากได้รับการประเมินก่อนการทดลอง 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม ได้รับการประเมินหลังการทดลอง โดยประเมินความวิตกกังวล ความรู้สึก เจ็บปวด และความทุกข์ทรมานเมื่อครบ 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัดสำหรับ ภาพลักษณ์ประเมินวันที่ 7 หลังผ่าตัด การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS/PC+ ได้แก่ สถิติ t-test ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผู้ป่วยที่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อม มีความวิตกกังวลน้อย กว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) 2. ผู้ป่วยที่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมมีความรู้สึกเจ็บปวดน้อย กว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) 3. ผู้ป่วยที่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมมีความทุกข์ทรมานน้อย กว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) 4. ผู้ป่วยที่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมมีการเปลี่ยนแปลง ภาพลักษณ์น้อยกว่าผู้ป่วยไม่ได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p < 0.05) ถึงแม้ว่าการศึกษาครั้งนี้ พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนของคะแนนความ วิตกกังวลและการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม มีความแตกต่างกันก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจึงวิเคราห์ข้อมูล เพิ่มเติม โดยใช้ t-test เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผลต่างของ คะแนนความวิตกกังวลและการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ก่อนและหลังการทดลอง ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ผลการวิเคราะห์พบว่า กลุ่มทดลองมีค่า เฉลี่ยของผลต่างของความวิตกกังวลและการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์แตกต่าง จากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 6.07, 6.46, p < 0.05) ดังนั้นจึงพอจะยืนยันได้ว่าการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมสามารถลดปฏิกิริยา ตอบสนองทางด้านจิตใจของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเต้านมได้ |
| บรรณานุกรม | : |
อุบล จ๋วงพานิช . (2537). ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อปฏิกิริยาตอบสนองทาง ด้านจิตใจของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเต้านม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุบล จ๋วงพานิช . 2537. "ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อปฏิกิริยาตอบสนองทาง ด้านจิตใจของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเต้านม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุบล จ๋วงพานิช . "ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อปฏิกิริยาตอบสนองทาง ด้านจิตใจของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเต้านม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. อุบล จ๋วงพานิช . ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อปฏิกิริยาตอบสนองทาง ด้านจิตใจของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเต้านม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
