| ชื่อเรื่อง | : | ความต้องการและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการของผู้ดูแล ผู้ป่วยเอดส์ในครอบครัว |
| นักวิจัย | : | ธารินี เพชรรัตน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32283 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา(Descriptive Research) เพื่อศึกษาความต้องการของผู้ดูแลผู้ป่วยเอดส์และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ กับความต้องการของผู้ดูแลผู้ป่วยเอดส์ในครอบครัว กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแล ผู้ป่วยเอดส์ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น และโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น จำนวน 50 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม 2540 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2541 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์ ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ อายุ เพศ อาชีพ ระดับการศึกษา รายได้ของครอบครัว ลักษณะ ของครอบครัว ลักษณะความสัมพันธ์ของผู้ดูแลกับผู้ป่วยเอดส์ ระยะเวลา ที่ดูแลผู้ป่วย และระยะเวลาตั้งแต่ทราบว่าผู้ป่วยเป็นเอดส์ และแบบสัมภาษณ์ ความต้องการของผู้ดูแลผู้ป่วยเอดส์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยอาศัยแนวคิดเกี่ยว กับความต้องการของครอบครัวที่มีเด็กป่วยด้วยโรคเอดส์ของเออร์วิน (Urwin, 1988) โดยแบ่งความต้องการเป็น 6 ด้านคือ ความต้องการด้าน การรับรู้ข้อมูล ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านร่างกาย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณและศาสนา ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 ท่าน และนำมาคำนวณหาค่าความเที่ยง โดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา ครอนบาชได้ค่าความเชื่อมั่น 0.90 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้การทดสอบ ไคสแควร์สัมประสิทธิ์การณ์จร และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมี ความต้องการด้านเศรษฐกิจมากที่สุด รองลงมาคือความต้องการด้านการ รับรู้ข้อมูล ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านสังคม ด้านร่างกาย และด้าน จิตวิญญาณและศาสนา ตามลำดับ 2. ลักษณะของครอบครัว ซึ่งแบ่งเป็น ครอบครัวเดี่ยวและ ครอบครัวขยาย มีความสัมพันธ์กับความต้องการโดยรวมของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (X2 = 4.428) โดยมีค่า สัมประสิทธิ์การณ์จร (C) เท่ากับ 0.285 3. ลักษณะความสัมพันธ์ของผู้ดูแลกับผู้ป่วยที่แบ่งเป็นกลุ่ม บิดามารดา พี่น้อง และกลุ่มสามีภรรยา มีความสัมพันธ์กับความต้องการ ด้านสังคมและความต้องการด้านจิตวิญญาณและศาสนาของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (X2 = 4.023, 9.043 ตามลำดับ) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การณ์จร (C) เท่ากับ 0.270 และ 0.391 ตามลำดับ 4. อาชีพที่ทำงานนอกบ้านและทำงานในบ้านมีความสัมพันธ์ กับความต้องการด้านจิตวิญญาณและศาสนาของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (X2 = 4.023) โดยมี ค่าสัมประสิทธิ์การณ์จร (C) เท่ากับ 0.270 5. อายุ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความต้องการทางด้าน จิตวิญญาณและศาสนาของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ 0.394 6. ระดับการศึกษา มีความสัมพันธ์ทางลบกับความต้องการ ด้านจิตวิญญาณและศาสนาของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ -0.281 7. เพศ อายุ อาชีพ ระดับการศึกษา รายได้ของครอบครัว ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดูแลกับผู้ป่วยเอดส์ ระยะเวลา ที่ดูแลผู้ป่วยและระยะเวลาตั้งแต่ทราบว่าผู้ป่วยเป็นเอดส์ ไม่มีความ สัมพันธ์กับความต้องการโดยรวมของกลุ่มตัวอย่าง |
| บรรณานุกรม | : |
ธารินี เพชรรัตน์ . (2541). ความต้องการและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการของผู้ดูแล ผู้ป่วยเอดส์ในครอบครัว.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธารินี เพชรรัตน์ . 2541. "ความต้องการและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการของผู้ดูแล ผู้ป่วยเอดส์ในครอบครัว".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธารินี เพชรรัตน์ . "ความต้องการและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการของผู้ดูแล ผู้ป่วยเอดส์ในครอบครัว."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ธารินี เพชรรัตน์ . ความต้องการและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการของผู้ดูแล ผู้ป่วยเอดส์ในครอบครัว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
