ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการพยาบาลในคลินิก : การเปลี่ยน แปลงแบบแผนการนอนหลับ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการพยาบาลในคลินิก : การเปลี่ยน แปลงแบบแผนการนอนหลับ
นักวิจัย : อารีย์ กุลจู
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31090
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความตรงตามโครงสร้าง ของลักษณะเฉพาะที่ใช้ในการกำหนดการวินิจฉัยการพยาบาล : การเปลี่ยน แปลงแบบแผนการนอนหลับ โดยใช้วิธีอุปมานในการกำหนดการวินิจฉัยการ พยาบาล และตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการพยาบาลโดยใช้รูปแบบ การศึกษาทางคลินิกตามรูปแบบของ LO และ Kim (1986) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ การพยาบาลในคลินิก ซึ่งเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีความรู้ระดับปริญญาตรีทางการ พยาบาลขึ้นไป มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องกระบวนการพยาบาล และมีความ สามารถวินิจฉัยการพยาบาลในเรื่องการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการนอนหลับ และมีประสบการณ์ทำงานมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 120 ราย และผู้ป่วยที่มีการ เปลี่ยนแปลงแบบแผนการนอนหลับ ที่เข้ารับการรักษาในแผนกอายุรกรรม และศัลยกรรมของโรงพยาบาลพุทธชินราช จำนวน 350 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ข้อมูลส่วนบุคคลของ กลุ่มตัวอย่างและแบบประเมินลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ แผนการนอนหลับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ท่าน และนำไปทดลองใช้กับพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการพยาบาลในคลินิกและผู้ป่วย อย่างละ 10 ราย เพื่อตรวจสอบความเข้าใจด้านภาษา จากนั้นนำไปใช้กับ พยาบาล 20 ราย และผู้ป่วย 30 ราย ที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกับตัวอย่างเพื่อ ตรวจสอบความเที่ยงโดยคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่า ความเที่ยงสำหรับแบบประเมินของพยาบาล (...) = 0.95 และค่าความเที่ยง สำหรับแบบประเมินของผู้ป่วย (...) = 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่และคำนวณ ร้อยละของข้อมูลส่วนบุคคล และการตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการ พยาบาล การเปลี่ยนแปลงแบบแผนการนอนหลับ วิเคราะห์โดยการหาค่า สัมประสิทธิ์แอลฟา และคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่แก้ค่าระหว่าง ลักษณะเฉพาะแต่ละข้อกับคะแนนรวม(Corrected Iten-Total Correlation) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ลักษณะเฉพาะที่ปรากฏเมื่อมีการวินิจฉัยการพยาบาลเกี่ยวกับการ เปลี่ยนแปลงแบบแผนการนอนหลับ มีจำนวน 39 รายการ ได้แก่ 1) รู้สึกนอนหลับ ยาก ใช้เวลานานกว่าจะหลับ 2) นอนไม่ค่อยหลับหรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน 3) รู้สึกนอนได้ไม่เต็มอิ่มหรือนอนได้น้อยกว่าที่ต้องการ 4) ตื่นบ่อยครั้งใน เวลากลางคืนแล้วหลับต่อยาก 5) เหนื่อยง่ายหายใจไม่เต็มอิ่ม 6) เวียนศีรษะ คลื่นไส้หลังตื่นนอน 7) อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าไม่สดชื่น 8) รู้สึกง่วงซึม ง่วงนอนในเวลากลางวัน 9) ตาลอยหรือตาเคลื่อนไหวโดยไม่ตั้งใจ 10) มือสั่น นิ้วมือเคลื่อนไหวได้ช้า งุ่มง่าม 11) หนังตาตก ตาปรือ 12) มี รอยคลำ้รอบๆ ใต้ตา 13) ตาแดง 14) คอตกหรือสัปหงก 15) หัวใจเต้นผิดปกติ หรือใจสั่น 16) หาวบ่อยครั้ง 17) กระสับกระส่าย เปลี่ยนท่าทางบ่อยครั้ง พลิกตัวไปมาบ่อยครั้ง หรือหลุกหลิกลุกลี้ลุกลน 18) พูดเสียงเบากว่าปกติ หรือพูดพึมพำ 19) พูดวกวนสับสน 20) หงุดหงิดง่าย 21) รำคาญสิ่งแวดล้อม ตนเองและบุคคลอื่น ๆ 22) อึดอัดกระวน กระวาย ไม่สบายใจ 23) รู้สึก เจ็บปวดอวัยวะต่างๆของร่างกาย 24) เฉื่อยชาเฉยเมย ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ขาดความกระตือรือร้น 25) ตอบโต้สิ่งกระตุ้นช้า 26) การตัดสินใจไม่ดี 27) รู้สึกตัวเบาเหมือนลอยได้ 28) งีบหลับในเวลากลางวันบ่อยครั้ง 29) การรับความรู้สึกของร่างกายเสียไป 30) อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย หรือไม่ เหมาะสมกับสถานการณ์ 31)ไม่รับรู้เวลาและสถานที่ 32)มีความวิตกกังวล เพิ่มขึ้น 33) มีอาการซึมเศร้า 34) มองเห็นสิ่งต่างๆโดยไม่มีสิ่งนั้นจริง หรือแปลภาพผิด 35) ได้ยินเสียงต่างๆ โดยไม่มีเสียงนั้นจริง 36) ได้กลิ่น แปลก ๆ โดยไม่มีกลิ่นนั้นจริง 37) รู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่ผิวหนังโดยไม่มีจริง 38) มีอาการหวาดระแวง 39) สูญเสียความจำ โดยแต่ละข้อมีค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์มากกว่า 0.3 และมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p < 0.01) 2. ลักษณะเฉพาะที่สำคัญในการกำหนดการวินิจฉัยการพยาบาล เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการนอนหลับ มีจำนวน 16 รายการ ได้แก่ 1) รู้สึกนอนหลับยากมาก ใช้เวลานานกว่าจะหลับ 2) นอน ไม่ค่อยหลับ หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน 3) รู้สึกนอนได้ไม่เต็มอิ่ม หรือนอนได้น้อยกว่าที่ต้องการ 4) ตื่นในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง แล้ว หลับต่อยาก 5) เหนื่อยง่ายหายใจไม่เต็มอิ่ม 6) อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ไม่สดชื่น 7) มีอาการง่วงซึมง่วงนอนในเวลากลางวัน 8) กระสับกระส่าย เปลี่ยนท่าทางบ่อยครั้ง พลิกตัวไปมาบ่อยครั้ง หรือหลุกหลิกลุกลี้ลุกลน 9) หงุดหงิดง่าย 10) รู้สึกรำคาญสิ่งแวดล้อม ตนเองและบุคคลอื่น 11) รู้สึกอึดอัดกระวนกระวายใจ ไม่สบายใจ 12) รู้สึกเจ็บปวดอวัยวะ ต่าง ๆ ของร่างกาย 13) เฉื่อยชาเฉยเมย ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หรือขาดความกระตือรือร้น 14) งีบหลับในเวลากลางวันบ่อยครั้ง 15) มีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น 16) มีอาการซึมเศร้าโดยแต่ละข้อ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มากกว่า 0.3 และมีความสัมพันธ์อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)

บรรณานุกรม :
อารีย์ กุลจู . (2535). การตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการพยาบาลในคลินิก : การเปลี่ยน แปลงแบบแผนการนอนหลับ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารีย์ กุลจู . 2535. "การตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการพยาบาลในคลินิก : การเปลี่ยน แปลงแบบแผนการนอนหลับ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารีย์ กุลจู . "การตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการพยาบาลในคลินิก : การเปลี่ยน แปลงแบบแผนการนอนหลับ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
อารีย์ กุลจู . การตรวจสอบความตรงของการวินิจฉัยการพยาบาลในคลินิก : การเปลี่ยน แปลงแบบแผนการนอนหลับ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.