| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ และการปรับตัวต่อการเป็นมารดาของ วัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด |
| นักวิจัย | : | นฤมล เอนกวิทย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31081 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตมโนทัศน์ของมารดา วัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด การปรับตัวต่อการเป็นมารดา ของวัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด และความสัมพันธ์ระหว่าง อัตมโนทัศน์ และการปรับตัวต่อการเป็นมารดาของวัยรุ่นที่มีบุตร คนแรกในระยะหลังคลอด กลุ่มตัวอย่างคือ มารดาวัยรุ่น อายุ 15-19 ปี ที่มีบุตรคนแรก และมารับการตรวจหลังคลอดที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก ศูนย์ส่งเสริม สุขภาพเขต 4 จังหวัดขอนแก่น สุ่มตัวอย่างระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม 2533 จำนวน 100 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนตัว แบบวัดอัตมโนทัศน์ โดยพิจารณา จากลักษณะภายนอก 5 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านศีลธรรมจรรยา ด้านส่วนตัว ด้านครอบครัว ด้านสังคม และพิจารณาจากลักษณะภายใน 3 ด้าน คือ ด้านเอกลักษณ์ ด้านพฤติกรรม และด้านความพึงพอใจใน ตนเอง ซึ่งผู้วิจัยดัดแปลงจากแบบวัดอัตมโนทัศน์เทนเนสซี่ของ Fitts (1965) และแบบวัดการปรับตัวต่อการเป็นมารดาในระยะหลังคลอด มี 4 ด้านคือ การสร้างสัมพันธภาพกับบุตร การยอมรับบุตร การตอบ สนองความต้องการของบุตร และการปฏิบัติในการดูแลบุตร ซึ่งผู้วิจัย สร้างขึ้นเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยง เบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1. มารดาวัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอดส่วนใหญ่มี อัตมโนทัศน์อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 68) เมื่อพิจารณา อัตมโนทัศน์จากลักษณะภายนอกเป็นรายด้าน ด้านร่างกาย ด้าน ศีลธรรมจรรยา ด้านส่วนตัว ด้านครอบครัวและด้านสังคม ส่วนใหญ่ อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 69, 80, 70, 68 และ 68 ตามลำดับ) และเมื่อพิจารณาอัตมโนทัศน์จากลักษณะภายในเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความเป็นเอกลักษณ์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี (ร้อยละ 56) ด้านพฤติกรรมและด้านความพึงพอใจในตนเอง ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ปานกลาง (ร้อยละ 66 และ 75) 2. มารดาวัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด ส่วนใหญ่มีการ ปรับตัวต่อการเป็นมารดาอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 72) และมี การปรับตัวต่อการเป็นมารดาแต่ละด้าน คือ การสร้างสัมพันธภาพกับบุตร การยอมรับบุตร การตอบสนองความต้องการของบุตรและการปฏิบัติใน การดูแลบุตร อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 74, 72, 76และ 73 ตามลำดับ) 3. อัตมโนทัศน์ของมารดาวัยรุ่นที่มีบุตรคนแรก ในระยะหลังคลอด มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการปรับตัวต่อการเป็นมารดาของวัยรุ่นที่มีบุตร คนแรกในระยะหลังคลอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (r = 0.437) |
| บรรณานุกรม | : |
นฤมล เอนกวิทย์ . (2535). ความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ และการปรับตัวต่อการเป็นมารดาของ วัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นฤมล เอนกวิทย์ . 2535. "ความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ และการปรับตัวต่อการเป็นมารดาของ วัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นฤมล เอนกวิทย์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ และการปรับตัวต่อการเป็นมารดาของ วัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. นฤมล เอนกวิทย์ . ความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ และการปรับตัวต่อการเป็นมารดาของ วัยรุ่นที่มีบุตรคนแรกในระยะหลังคลอด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
