| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาสักษณะทางสรีระของงาที่มีต่อการทนแล้ง |
| นักวิจัย | : | สุวัฒน์ บุญจันทร์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=30985 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาลักษณะทางสรีระของงาที่มีต่อการทนแล้ง ได้แบ่งการศึกษา ออกเป็น 3 การทดลอง การทดลองที่ 1 การทดสอบพันธุ์งาทนแล้ง ได้ทำ การทดลองที่แปลงทดลองของหมวดพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่นระหว่างวันที่ 15 มกราคม 2532 ถึง 30 พฤษภาคม 2532 การทด ลองวางแผนแบบ Strip plot in randomized complete block มี 4 ซ้ำ มีงา 25 สายพันธุ์ เป็นปัจจัย A และปริมาณน้ำ 5 ระดับ(W1-W5) ที่ให้งาโดยระบบ line-source sprinkler เป็นปัจจัย B W1 เป็น ปริมาณน้ำที่มากที่สุดที่ได้รับเทียบเท่ากับความต้องการของงาที่อยู่ใน พื้นที่เป็นแถบขนานห่างจากท่อน้ำ 0-3 เมตร W2 เป็นปริมาณน้ำที่งาได้ รับในพื้นที่ห่างจากท่อน้ำ 3-6 เมตร ซึ่งคาดว่ามีปริมาณน้ำเป็น 1/2 W1 W3 เป็นปริมาณน้ำที่งาได้รับในพื้นที่ห่างจากท่อน้ำ 6-9 เมตร ซึ่งคาดว่ามี ปริมาณน้ำเป็น 1/2 W2 W4 เป็นปริมาณน้ำที่งาได้รับในพื้นที่ห่างจากท่อ น้ำ 9-12 เมตร ซึ่งคาดว่ามีปริมาณน้ำเป็น 1/2 W3 และ W5 เป็น ปริมาณน้ำที่งาได้รับในพื้นที่ห่างจากท่อน้ำ 12-15 เมตร ซึ่งคาดว่ามี ปริมาณน้ำเป็น 1/2 W4 การทดลองได้เก็บข้อมูลความสูง น้ำหนักแห้ง ผล ผลิตเมล็ด และดรรชนีความทนแล้ง ผลการทดลองพบว่างาสายพันธุ์ MKS- I-81149 เป็นสายพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเมล็ดสูงสุด (698 กก./เฮกตาร์) ส่วนสายพันธุ์ห้วยผามีการเจริญเติบโตให้ผลผลิต เมล็ดที่ต่ำสุด (249 กก./เฮกตาร์) การทดสอบความทนแล้งโดยวิธี Fischer และ Maurer พบว่าสายพันธุ์สุโขทัยมีความทนแล้งได้ดีใกล้ เคียงกับ MKS-I-81149 ซึ่งมีความทนแล้งมากที่สุด ส่วนสายพันธุ์ห้วยผา อยู่ในกลุ่มทนแล้งน้อยที่สุด การทดลองที่ 2 เป็นการศึกษาสรีระวิทยาการทนแล้งของงาใน สภาพแปลงทดลองทำการทดลองที่แปลงทดลองของหมวดพืชไร่ คณะเกษตร ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2532 ถึง 3 มกราคม 2533 การทดลองวางแผนแบบ Strip plot in randomized complete block มี 4 ซ้ำ โดยมีงา 5 สายพันธุ์ที่คัดเลือกมาจากการ ทดลองที่ 1 ได้แก่ สายพันธุ์สุโขทัย, มหาสารคาม 60, K655, ร้อยเอ็ด 1 และ ห้วยผา เป็นปัจจัย A และปริมาณน้ำ 5 ระดับ (W1-W5) ที่ให้แก่งา ตามวิธีการทดลองที่ 1 เป็นปัจจัย B ระหว่างการทดลองเก็บข้อมูล ความสูง จำนวนใบ พื้นที่ใบ น้ำหนักแห้งรวม และวัดความหนาแน่นรากที่อายุ 60 วัน และที่วันเก็บเกี่ยว ด้วยวิธี auger method และวัดการเปลี่ยนแปลงความ ชื้นดินด้วยนิวตรอนโพรบทุกสัปดาห์ตลอดการทดลองผลการศึกษาพบว่า งาสาย พันธุ์สุโขทัยมีการเจริญเติบโตให้ผลผลิตเมล็ดมากที่สุด (663 กก./เฮกตาร์) และมีความหนาแน่นรากมากที่สุด ส่วนสายพันธุ์ห้วยผามีผลผลิตเมล็ดต่ำสุด (391 กก./เฮกตาร์) รวมทั้งมีรากที่หนาแน่นน้อยที่สุด การทดลองที่ 3 เป็นการศึกษาสรีระวิทยาบางประการของงาในโรง เรือนทดลองของภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน 2533 โดยใช้กระถางทรงกระบอก ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางภายใน 25 เซนติเมตร สูง 70 เซนติเมตร บรรจุด้วย ดินชุดยโสธรที่ตากแห้ง บรรจุเรียงตามลำดับชั้นดินและอัดแน่นเท่ากับความ หนาแน่นเดิม การทดลองวางแผนแบบ Randomized complete block มี 3 ซ้ำ มีงา 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์สุโขทัย, มหาสารคาม 60, ร้อยเอ็ด 1, ห้วยผา และสายพันธุ์ K655 ทำการทดลองจาก 3 สภาพ ความชื้นดิน คือ ความชื้นดินที่ความจุสนาม 1/2 ความจุสนาม และ 1/3 ความจุสนาม จากการควบคุมให้น้ำสัปดาห์ละครั้ง การทดลองได้เก็บข้อมูล ความสูงจำนวนใบ พื้นที่ใบ น้ำหนักแห้งต้นและราก จำนวนปากใบ ขนาด การเปิดปากใบและการสังเคราะห์แสง ผลการศึกษาพบว่างาสายพันธุ์ สุโขทัยมีการเจริญเติบโตทางลำต้นให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งสูงที่สุด (12.86 กรัมต่อต้น) โดยงาสายพันธุ์ร้อยเอ็ด 1 มีการเจริญเติบโตและ ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งน้อยที่สุด (6.54 กรัมต่อต้น) และมีจำนวนปากใบ น้อยที่สุด แต่ปากใบกว้างและเปิดมากที่สุด ส่วนจำนวนปากใบที่มากที่สุด ได้แก่ สายพันธุ์ k655 งาสายพันธุ์สุโขทัยมีขนาดปากใบเล็กที่สุดและ เปิดแคบที่สุด งาสายพันธุ์ห้วยผามีอัตราส่วนรากต่อลำต้นมากที่สุด ส่วนงาสายพันธุ์มหาสารคาม 60 มีอัตรารากต่อลำต้นมากที่สุด ส่วนงา สายพันธุ์มหาสารคาม 60 มีอัตรารากต่อลำต้นน้อยที่สุด จากผลการศึกษานี้อาจกล่าวได้ว่า ความหนาแน่นของรากที่มาก และ มีการกระจายลงในทางลึกได้ดี รวมทั้งความคงอยู่ได้นานน่าจะเป็นปัจจั ยสำคัญที่ทำให้งามีความทนต่อสภาวะความแห้งแล้งได้ดี |
| บรรณานุกรม | : |
สุวัฒน์ บุญจันทร์ . (2535). การศึกษาสักษณะทางสรีระของงาที่มีต่อการทนแล้ง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุวัฒน์ บุญจันทร์ . 2535. "การศึกษาสักษณะทางสรีระของงาที่มีต่อการทนแล้ง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุวัฒน์ บุญจันทร์ . "การศึกษาสักษณะทางสรีระของงาที่มีต่อการทนแล้ง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. สุวัฒน์ บุญจันทร์ . การศึกษาสักษณะทางสรีระของงาที่มีต่อการทนแล้ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
