| ชื่อเรื่อง | : | ผลของแรงเสริมบวกที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับ อนามัยในช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กิ่งอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| นักวิจัย | : | เสาวมาศ เถื่อนนาดี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=30979 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลของ แรงเสริมบวกที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับอนามัย ในช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กิ่งอำเภอ ห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยทำการศึกษาทัศนคติและ การปฏิบัติในการดูแลตนเองเกี่ยวกับอนามัยในช่องปาก กลุ่ม ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้จากการสุ่มแบบ สองขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วยนักเรียนชายและหญิงชั้นประถม ศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2531 ภาคการศึกษาปลาย จำนวน 140 คน เป็นชาย 70 คน หญิง 70 คน โรงเรียนที่ทำการศึกษา เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษา กิ่งอำเภอ ห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 4 โรงเรียนคือโรงเรียน บ้านคำบง โรงเรียนนิคมกุฉินารายณ์หมู่ 2 โรงเรียน บ้านห้วยผึ้งและโรงเรียนหนองแสงประชาราษฎร์ วิธีดำเนินการศึกษา ผู้วิจัยได้ทำการทดลอง โดยแบ่ง นักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 1 โรงเรียน คือ กลุ่มควบคุม กลุ่มให้คำชมเชย กลุ่มให้ข้อมูลย้อนกลับ และ กลุ่มให้เบี้ยอรรถกร ทำการทดลองก่อนทดลอง โดยใช้แบบวัด ทัศนคติและการปฏิบัติในการดูแลตนเองเกี่ยวกับอนามัยใน ช่องปาก หลังจากนั้น ผู้ช่วยวิจัยทำการสอนตามแผนการสอน เรื่องการดูแลสุขภาพในช่องปาก ติดต่อกัน 3 วัน ๆ ละ 1 คาบๆ ละ 50 นาที ผู้วิจัยทำการประเมินสภาวะอนามัยในช่องปาก และให้แรงเสริมบวกตามประเภทของการเสริมแรงแก่กลุ่มทดลอง กลุ่มละ 5 ครั้ง ทำการทดลองหลังการทดลองและสิ้นสุด การทดลอง 1 เดือนโดยใช้แบบวัดพฤติกรรมชุดเดียวกันกับ ก่อนการทดลองทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การวิเคราะห์แบบ แปรปรวนร่วมทางเดียว โดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSSPC+ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม โดยกำหนดระดับความ มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 เปรียบเทียบทัศนคติของนักเรียนในแต่ละกลุ่มหลังการ ทดลองพบว่า 1. ผลของการให้เบี้ยอรรถกรแตกต่างจากการให้ข้อมูล ย้อนกลับแต่ไม่แตกต่างจากการให้คำชมเชย 2. ผลของการให้ข้อมูลย้อนกลับแตกต่างจากการให้คำชมเชย เปรียบเทียบทัศนคติของนักเรียนในแต่ละกลุ่มภายหลัง การทดลอง 1 เดือน พบว่า 1. ผลของการให้เบี้ยอรรถกรแตกต่างจากการให้ข้อมูล ย้อนกลับและการให้คำชมเชย 2. การให้ข้อมูลย้อนกลับและการให้คำชมเชยมีผล ไม่แตกต่างกัน เปรียบเทียบการปฏิบัติของนักเรียนแต่ละกลุ่มหลังการ ทดลองพบว่า 1. การให้เบี้ยอรรถกรแตกต่างจากการให้คำชมเชย และการ ให้ข้อมูลย้อนกลับ 2. การให้ข้อมูลย้อนกลับและการให้คำชมเชยมีผลไม่แตกต่างกัน เปรียบเทียบการปฏิบัติของนักเรียนแต่ละกลุ่มภายหลัง การทดลอง 1 เดือน พบว่า 1. การให้เบี้ยอรรถกรแตกต่างจากการให้คำชมเชยและ การให้ข้อมูลย้อนกลับ 2. การให้ข้อมูลย้อนกลับและการให้คำชมเชยมีผล ไม่แตกต่างกัน |
| บรรณานุกรม | : |
เสาวมาศ เถื่อนนาดี . (2533). ผลของแรงเสริมบวกที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับ อนามัยในช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กิ่งอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวมาศ เถื่อนนาดี . 2533. "ผลของแรงเสริมบวกที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับ อนามัยในช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กิ่งอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวมาศ เถื่อนนาดี . "ผลของแรงเสริมบวกที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับ อนามัยในช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กิ่งอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. เสาวมาศ เถื่อนนาดี . ผลของแรงเสริมบวกที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับ อนามัยในช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กิ่งอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
