ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการฝึกโดยวิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็ว 120 และ 130 ครั้งต่อนาที ต่อความอดทน ของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการฝึกโดยวิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็ว 120 และ 130 ครั้งต่อนาที ต่อความอดทน ของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
นักวิจัย : เพสยันดร์ ทิพรส
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=29063
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลและความแตกต่างของการออกกำลังกายโดย วิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็วจังหวะ 120 และ 130 ครั้งต่อนาที ต่อความอดทนของระบบไหลเวียน โลหิตและระบบหายใจ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน ที่ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (purposive random sampling) จาก นักศึกษาสถาบันราชภัฎเลย ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 เพศหญิง อายุระหว่าง 19-21 ปี และแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม โดยการสุ่ม (randomly assigned) คือ กลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองที่ 1 ฝึกเก้าจัตุรัสที่ระดับ ความเร็วจังหวะ 120 ครั้งต่อนาที และกลุ่มทดลองที่ 2 ฝึกเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็วจังหวะ 130 ครั้งต่อนาที ทั้งนี้กลุ่มทดลองทั้ง 2 กลุ่ม จะทำการฝึกก้าวเต้น 6 นาทีต่อเซต จำนวน 1 เซตต่อวัน จำนวน 3 วันต่อสัปดาห์ คือ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.30- 18.00 น. โดยทำการทดสอบสมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO(,2) Max) ของกลุ่ม ตัวอย่างทั้งหมดก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 และทำการ ทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว เวลาปฏิกิริยา ความเร็ว และเปอร์เซ็นต์ไขมัน ของกลุ่ม ตัวอย่างทั้งหมด ก่อนการฝึก และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดย ทดสอบค่า ที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (one way analysis of variance : ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มีค่าเฉลี่ยของสมรรถภาพการจับออกซิเจนสูงสุด (VO(,2) Max) แตกต่างกันกับกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ระหว่างกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มี ค่าเฉลี่ยของสภาพการจับออกซิเจน (VO(,2) Max) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 แสดงว่าการฝึกโดยวิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็วจังหวะ 120 และ 130 ครั้ง ต่อนาทีมีผลต่อการพัฒนาความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ และจากผล การวิจัยยังพบอีกว่า หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มี ค่าเฉลี่ยของเวลาปฏิกิริยาและความเร็วแตกต่างกันกับก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 แต่ค่าเฉลี่ยของความคล่องแคล่วว่องไวและเปอร์เซ็นต์ไขมันไม่แตกต่างกันกับ ก่อนการฝึก

บรรณานุกรม :
เพสยันดร์ ทิพรส . (2542). ผลของการฝึกโดยวิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็ว 120 และ 130 ครั้งต่อนาที ต่อความอดทน ของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เพสยันดร์ ทิพรส . 2542. "ผลของการฝึกโดยวิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็ว 120 และ 130 ครั้งต่อนาที ต่อความอดทน ของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เพสยันดร์ ทิพรส . "ผลของการฝึกโดยวิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็ว 120 และ 130 ครั้งต่อนาที ต่อความอดทน ของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
เพสยันดร์ ทิพรส . ผลของการฝึกโดยวิธีเก้าจัตุรัสที่ระดับความเร็ว 120 และ 130 ครั้งต่อนาที ต่อความอดทน ของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.