ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วม กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าที่มีต่อความสามารถในการยิงปืน ของนักยิงปืนสั้น

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วม กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าที่มีต่อความสามารถในการยิงปืน ของนักยิงปืนสั้น
นักวิจัย : สมภิยา สมถวิล
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28839
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบผลของ การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดกับการ ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วมกับการ กระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าที่มีต่อความสามารถในการยิงปืนของ นักยิงปืนสั้นภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 3 และภายหลังการฝึก สัปดาห์ที่ 6 ในกลุ่มตัวอย่างนักยิงปืนสั้นตัวแทนโรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า จำนวน 30 นาย แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่มๆ ละ 10 คน คือ กลุ่มที่ 1 ฝึกโปรแกรมยิงปืนปกติ กลุ่มที่ 2 ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด และโปรแกรมยิงปืนปกติ และกลุ่มที่ 3 ฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วย ไฟฟ้า และโปรแกรมยิงปืนปกติ โดยกระตุ้นที่ความเข้มของ กระแสสูงสุดที่กลุ่มตัวอย่างสามารถทนได้ โดยกลุ่มที่ 2 และ กลุ่มที่ 3 ถูกฝึกให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อแบบเกร็ง 6 วินาทีต่อครั้ง เวลาพักระหว่างครั้ง 20 วินาที 10 ครั้งต่อวัน 4 วันใน 1 สัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ ข้อมูล โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวน และทำการเปรียบ เทียบภายหลังโดยใช้วิธีของ Tukey ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 สามารถเพิ่มความสามารถในการยิงปืนสั้น ได้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และพบว่า ความสามารถในการยิงปืนสั้นของทั้ง 3 กลุ่มระหว่างค่าก่อน การฝึก ภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 3 และภายหลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 6 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย ค่าเฉลี่ยของความสามารถในการยิงปืนสั้นภายหลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 3 และค่าภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 มากกว่าค่าก่อนการฝึก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนค่าภายหลังการฝึก สัปดาห์ที่ 6 และค่าภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 3 ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในการทดสอบความแข็ง แรงของกล้ามเนื้อ deltoid, triceps brachil และ forearm and finger ระหว่างค่าก่อนการฝึก ภายหลังการฝึก สัปดาห์ที่ 3 และภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 ในทั้ง 3 กลุ่ม พบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยครั้งนี้สรุปได้ว่า การฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด และการฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ด้วยไฟฟ้าไม่ได้ทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความ สามารถในการยิงปืนสั้นเปลี่ยนแปลงในกลุ่มตัวอย่างนี้ ใน ช่วงก่อนการฝึก ภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 3 และภายหลัง การฝึกสัปดาห์ที่ 6 พบว่ามีการเพิ่มความสามารถในการยิงปืน สั้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในนักยิงปืนทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว

บรรณานุกรม :
สมภิยา สมถวิล . (2541). ผลของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วม กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าที่มีต่อความสามารถในการยิงปืน ของนักยิงปืนสั้น.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมภิยา สมถวิล . 2541. "ผลของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วม กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าที่มีต่อความสามารถในการยิงปืน ของนักยิงปืนสั้น".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมภิยา สมถวิล . "ผลของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วม กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าที่มีต่อความสามารถในการยิงปืน ของนักยิงปืนสั้น."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
สมภิยา สมถวิล . ผลของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุด กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแบบไอโซเมตริกสูงสุดร่วม กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าที่มีต่อความสามารถในการยิงปืน ของนักยิงปืนสั้น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.