| ชื่อเรื่อง | : | การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อละหุ่งและการชักนำให้เกิดความแปรปรวนโดยใช้รังสีแกมมา |
| นักวิจัย | : | ธิดากุล แสนอุดม |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28484 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้ทดลองชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ในละหุ่ง โดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ร่วมกับการใช้รังสีแกมมา ในส่วนของการใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ทดลองใช้ส่วน ต่างๆ ของละหุ่ง ประกอบกับชนิดและปริมาณของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่แตกต่างกัน โดยในการทดลองชักนำให้มีการพัฒนาของแคลลัส พบการพัฒนาเป็นแคลลัสในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน จากการเพาะเลี้ยงเอมบริโอบนอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 1, 2 และ 3 mg/l ส่วนในการทดลองชักนำให้เกิดแคลลัสและพัฒนา เป็นต้น ได้ทำการทดลอง 3 การทดลอง โดยการทดลองที่ 1 ใช้ส่วนของยอดและแคลลัสที่พัฒนาจากการเพาะเลี้ยงเอมบริโอ มาเพาะ เลี้ยงบนอาหารที่มีความเข้มข้นของ BA และ NAA แตกต่างกัน พบการเกิดแคลลัสมากเมื่อ เลี้ยงบนอาหารสูตรที่มี BA 12 mg/l และ NAA 0.2 mg/l แต่พบ compact callus มากที่สุดบนอาหารที่มี BA 20 mg/l และ NAA 0.2 mg/l ในการทดลองที่ 2 เมื่อใช้ ยอดและลำต้นที่ได้จากเอมบริโอ โดยใช้ปริมาณ BA และ NAA ที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าการ ทดลองที่ 1 ก็พบว่ามีการพัฒนาของแคลลัสในระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่วนลักษณะการพัฒนาของยอด พบเฉพาะเมื่อใช้ส่วนของยอดเพาะเลี้ยงในทั้ง 2 การทดลอง ทั้งนี้ส่วนของยอดมีการเจริญเติบโต ที่จำกัด และคาดว่าพัฒนามาจากตาของส่วนยอดมากกว่าที่จะพัฒนาจากแคลลัส ในการทดลองที่ 3 ใช้ส่วนของยอด ใบเลี้ยง และ hypocotyl ของละหุ่ง 2 พันธุ์ ที่ไม่ผ่านและผ่านการฉายรังสี แกมมา 60 กิโลแรด ที่มีสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช คือ BA, NAA และ GA(,3) ที่มีความเข้มข้นต่างกัน พบว่า พันธุ์ และส่วนที่ใช้เลี้ยง มีผลต่อลักษณะสีและขนาดของแคลลัส และการพัฒนาของยอดที่มีลักษณะเป็นเส้นคล้ายหญ้าสีเขียวอ่อน โดยพบว่าพันธุ์ส่วนของต้น และ ปริมาณสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชมีผลต่อการเกิดยอดลักษณะดังกล่าวนี้ ในการชักนำ ให้เกิดยอดจำนวนมากได้ทำ 2 การทดลอง โดยการทดลองที่ 1 เพาะเลี้ยงเอมบริโอของละหุ่ง 2 พันธุ์ บนอาหารที่มี BA 3, 6, 9, 12 และ 15 mg/l พบส่วนที่มีลักษณะบวมพอง คล้าย ปลอกหุ้มลำต้น โดยพบว่ามีความสูงมากที่สุดเมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารที่มี BA 3 mg/l และใน การทดลองที่ 2 ทดลองโดยใช้ BA ในปริมาณที่ต่ำกว่าการทดลองที่ 1 ในละหุ่ง 5 พันธุ์ ที่ เมล็ดได้รับการฉายรังสีปริมาณต่างกัน พบต้นที่มีลักษณะเหมือนกับการทดลองที่ 1 นอกจากนี้ ยังพบว่าปริมาณรังสี และ BA ที่เพิ่มขึ้นมีผลทำให้ความสูงและจำนวนใบที่คลี่ลดลง ส่วนการทดลองวิธีย้ายต้นอ่อนละหุ่งจากการเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อสู่สภาพเพาะปลูกใน ธรรมชาติ พบว่า การย้ายต้นอ่อนโดยมีขั้นตอนเริ่มจากการย้ายลงถุงพลาสติกปิดปากถุงวางใน สภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนาน 1 สัปดาห์ และวางในสภาพธรรมชาติที่มีความชื้นสูงและมีการ ระบายอากาศ 3-5 วัน ก่อนนำไปสู่สภาพธรรมชาติ ทำให้ต้นอ่อนมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอด สูง 66 เปอร์เซ็นต์ ในการทดลองการใช้รังสีแกมมา พบว่า ปริมาณรังสีที่ทำให้ต้นกล้าตาย 30 และ 50 เปอร์เซ็นต์ (LD(,30) และ LD(,50) ตามลำดับ) เท่ากับ 43 และ 61 กิโลแรด และที่ ทำให้ความสูงลดลง 30 และ 50 เปอร์เซ็นต์ (GR(,30) และ GR(,50) ตามลำดับ) เท่ากับ 57 และ 82 กิโลแรด เมื่อศึกษาผลของรังสีต่อลักษณะของละหุ่งในลูกชั่วที่หนึ่ง (M(,1)) พบ ลักษณะใบด่าง บิดเบี้ยว ในละหุ่งบางพันธุ์ และในลูกชั่วที่สอง (M(,2)) พบว่ามีผลต่อจำนวน ข้อต่อต้น และความสูงของต้น มากกว่าความยาวช่อดอกและน้ำหนัก 100 เมล็ด แต่ทั้ง 4 ลักษณะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก และไม่พบการเปลี่ยนแปลงในลักษณะสีของต้น การมีไข และลักษณะใบ |
| บรรณานุกรม | : |
ธิดากุล แสนอุดม . (2541). การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อละหุ่งและการชักนำให้เกิดความแปรปรวนโดยใช้รังสีแกมมา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธิดากุล แสนอุดม . 2541. "การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อละหุ่งและการชักนำให้เกิดความแปรปรวนโดยใช้รังสีแกมมา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธิดากุล แสนอุดม . "การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อละหุ่งและการชักนำให้เกิดความแปรปรวนโดยใช้รังสีแกมมา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ธิดากุล แสนอุดม . การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อละหุ่งและการชักนำให้เกิดความแปรปรวนโดยใช้รังสีแกมมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
