| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อสินค้า ส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | วนิดา วัฒนชีวโนปกรณ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28441 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | หลังจากประเทศไทยประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและทางการ นำระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวเข้ามาใช้แทนระบบตะกร้าเงิน อันเป็นผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ซึ่งในภาวะที่การส่งออกสินค้า สำคัญจำเป็นต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตนำเข้ามากขึ้น ทำให้การส่ง ออกสินค้าของไทยได้รับผลกระทบตามมา วัตถุประสงค์หลักในการศึกษาเรื่องนี้ เพื่อวิเคราะห์การ อ่อนตัวของค่าเงินบาทหลังการใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว โดยทำการประเมินว่ามีผลกระทบโดยรวมต่อปริมาณการส่งออก สินค้าสำคัญๆ ของไทยอย่างไร เมื่อคำนึงถึงราคาสินค้าส่งออก ซึ่งมีภาระต้นทุนการนำเข้าปัจจัยการผลิตที่แพงขึ้น โดยพิจารณา ประกอบกับความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาส่งออกในแต่ละสินค้า รวมถึงศึกษาผลกระทบที่มีต่อรายได้สุทธิจากการส่งออกในแต่ละ สินค้าด้วย เพื่อเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นในการกำหนดยุทธศาสตร์การ พัฒนาโครงสร้างการผลิตเพื่อส่งออกในอนาคต การศึกษาส่วนแรกใช้วิธีวิเคราะห์ตามแบบจำลองต้นทุน การผลิต ตามตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตปี 2533 โดยแบ่งเป็น 10 สาขาการผลิต ครอบคลุมสินค้า 11 ชนิดใน 3 หมวด คือ เกษตรกรรม อุตสาหกรรมดั้งเดิม และอุตสาหกรรมใหม่ โดย ประมาณการให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงใน 4 กรณี คือ อ่อนตัวลง ร้อยละ 35, 40, 45 และ 50 ตามลำดับ สำหรับการศึกษา ส่วนที่สองใช้วิธีการวิเคราะห์สมการถดถอยในแบบจำลองอุปสงค์ การส่งออกสินค้า ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาส่งออกและรายได้ของประเทศ ผู้นำเข้าเพื่อหาความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาส่งออก และ การศึกษาส่วนที่สามเป็นการนำผลการลดลงของราคาสุทธิมา พิจารณาประกอบกับผลความยืดหยุ่น จะทราบผลการส่งออกสุทธิ ของแต่ละสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ส่วนที่สี่เป็นการศึกษารายได้สุทธิจากการส่งออกซึ่งคือส่วนต่าง ของมูลค่าส่งออกกับมูลค่าปัจจัยการผลิตนำเข้าที่ใช้ มูลค่าส่ง ออกใช้ข้อมูลปี 2540 และปัจจัยการผลิตนำเข้าคำนวณเป็น สัดส่วนต่อมูลค่าส่งออกซึ่งได้จากตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิต โดยจะปรับค่าเงินบาทอ่อนตัวลง 4 กรณีเช่นกัน ผลการวิเคราะห์พบว่าสินค้าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ สินค้าอุตสาหกรรมใหม่ เป็นสินค้าที่มีต้นทุนนำเข้าปัจจัยการ ผลิตสูงกว่าสินค้าเกษตรกรรม ดังนั้นหลังจากค่าเงินบาทอ่อน ตัวลง ราคาสินค้าอุตสาหกรรมจึงปรับลดลงได้น้อยกว่า เมื่อ วิเคราะห์ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาส่งออก ปรากฎว่า ไม่สามารถระบุอย่างชัดเจนว่าหมวดใดมีความยืดหยุ่นมากหรือ น้อยกว่ากัน แต่จะระบุได้เป็นรายสินค้าเท่านั้น ดังนั้นเมื่อ พิจารณาผลประกอบกันทั้งด้านราคาและความยืดหยุ่นอุปสงค์ ต่อราคาส่งออก ปรากฎว่าสินค้าที่มีการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า ต่ำหรือสินค้าเกษตรกรรมที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ส่งออกสูง จะเพิ่มปริมาณส่งออกมากที่สุดเมื่อค่าเงินบาทอ่อน ตัวลง และยังเป็นหมวดสินค้าที่รายได้สุทธิจากการส่งออกลด ลงน้อยที่สุดด้วย การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยน ลอยตัวซึ่งทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงนั้นมีผลกระทบในสินค้าแต่ ละหมวดแตกต่างกัน ในเบื้องต้นจึงควรส่งเสริมการผลิตสินค้า ที่มีการพึ่งพาปัจจัยการผลิตนำเข้าน้อย คือสินค้าเกษตรกรรม ซึ่งหากเป็นสินค้าเกษตรกรรมที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อ ราคาส่งออกสูงจะได้ประโยชน์มากขึ้น และควรส่งเสริมการ ผลิตสินค้าทดแทนปัจจัยการผลิตนำเข้าด้วย เพื่อให้เกิดการ พึ่งพาตนเองและก่อประโยชน์ต่อประเทศไทยในระยะยาวได้ มากขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
วนิดา วัฒนชีวโนปกรณ์ . (2541). ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อสินค้า ส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วนิดา วัฒนชีวโนปกรณ์ . 2541. "ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อสินค้า ส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วนิดา วัฒนชีวโนปกรณ์ . "ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อสินค้า ส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. วนิดา วัฒนชีวโนปกรณ์ . ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อสินค้า ส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
