| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาแนวทางยืดอายุปักแจกันและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา บางประการหลังการเก็บเกี่ยวของช่อดอกปทุมมา |
| นักวิจัย | : | กนกพร บุญญะอติชาติ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28403 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาแนวทางยืดอายุปักแจกันและการเปลี่ยนแปลง ทางสรีรวิทยาบางประการหลังการเก็บเกี่ยวของดอกปทุมมา พันธุ์เชียงใหม่ พบว่าวัยการตัดดอกที่เหมาะสมสำหรับการปักแจกัน คือเมื่อดอกย่อยบาน 2-6 ดอก ซึ่งมีอายุปักแจกันไม่แตกต่างกัน ทางสถิติ ลักษณะการเสื่อมสภาพของช่อดอกปทุมมาที่พบคือ coma bract หรือ bract มีการเปลี่ยนสีบริเวณปลายเป็นสีน้ำตาล โคนก้านดอกลีบระหว่างปักแจกันไม่ว่าในน้ำกลั่นหรือสารละลาย เคมี ดอกย่อยที่บานมีการหายใจและการผลิตเอทิลีนในชั่วโมง แรกต่ำ จากนั้นเพิ่มสูงขึ้นเมื่อดอกเริ่มเสื่อมสภาพ coma bract และดอกย่อยที่เป็นดอกตูมมีแนวโน้มการหายใจและการผลิตเอทิลีน สูงในวันแรกจากนั้นลดลงสลับกับเพิ่มขึ้นจนกระทั่งหมดอายุการใช้ งาน ดอกปทุมมามีการเสื่อมสภาพเมื่อได้รับเอทิลีนจากภายนอก แต่ coma bract ไม่ตอบสนองต่อเอทิลีนจากภายนอก ขณะที่ ดอกย่อยตูมมีการตอบสนอง โดยดอกตูมไม่บานและเกิดการฉ่ำน้ำ เมื่อได้รับเอทิลีน 1 1.5 และ 2 นาโนลิตร/ล. การใช้สารเคมี ยืดอายุปักแจกัน ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลคือ ซูโครส และกลูโคส 2 4 6 และ 8% สารฆ่าจุลินทรีย์ คือ 8-hydroxyquinoline sulphate (HQS) 25 50 75 100 และ 125 มก./ล. sodium dichloroisocyanurate (DICA) 50 100 และ 150 มก./ล. cobalt chloride 100 150 และ 200 มก./ล. sodium benzoate (Na-BZ) 25 50 75 100 และ 125 มก./ล. สารยับยั้งการสร้างเอทิลีน aminooxyacetic acid 0.1 0.2 และ 0.3 มิลลิโมลาร์ สารควบคุมการเจริญเติบโต คือ gibberellic acid (GA(,3)) 50 100 และ 150 มก./ล. N(6)-benzyladenine (BA) 10 20 และ 30 มก./ล. และสารละลาย HQS 15 และ 25 มก./ล. ร่วมกับซูโครส 1 หรือ 2% สารละลาย DICA 150 และ 200 มก./ล. ร่วมกับซูโครส 1 หรือ 2% สารละลาย Na-BZ 25 และ 35 มก./ล. ร่วมกับซูโครส 1 หรือ 2% สารละลาย GA(,3) 50 100 และ 150 ร่วมกับซูโครส 0.5 หรือ 1% ทำให้มีอายุปัก แจกันสั้นลงกว่าการปักแจกันในน้ำกลั่น แต่สารละลาย GA(,3) 50 100 และ 150 มก./ล. ทำให้ก้านช่อดอกไม่ลีบ การเก็บ รักษาดอกปทุมมาแบบเปียกโดยใช้น้ำกลั่นชุบสำลีหุ้มโคนก้านดอก ที่อุณหภูมิ 5 องศา 7 องศา 10 องศา และ 13 องศาเซลเซียส พบว่าการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส ให้อายุเก็บรักษา นานที่สุดและที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส มีอายุเก็บรักษาสั้นที่สุด แต่การเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 7 องศาเซลเซียส ให้อายุปักแจกันยาว ที่สุด การจำลองการขนส่งดอกปทุมมาโดยการไม่แช่และแช่ก้านช่อ ดอกในน้ำกลั่นหรือสารละลาย GA(,3) 50 มก./ล. แล้วหุ้มโคน ก้านดอกด้วยสำลีชุบสารละลายชนิดเดียวกัน บรรจุลงกล่องกระดาษ ซึ่งมีสารดูดซับเอทิลีน ขนส่งโดยรถปรับอากาศจากเชียงใหม่มายัง นครปฐม แล้วนำมาปักแจกันในสารละลายชนิดเดียวกันกับที่หุ้ม โคนก้านดอก พบว่าชนิดของสารละลายเคมีที่ใช้และสารดูดซับ เอทิลีน ไม่มีผลต่ออายุปักแจกัน แต่การแช่น้ำโคนก้านดอกในน้ำ ทันทีหลังตัดทำให้มีอายุปักแจกันได้นานขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
กนกพร บุญญะอติชาติ . (2541). การศึกษาแนวทางยืดอายุปักแจกันและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา บางประการหลังการเก็บเกี่ยวของช่อดอกปทุมมา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กนกพร บุญญะอติชาติ . 2541. "การศึกษาแนวทางยืดอายุปักแจกันและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา บางประการหลังการเก็บเกี่ยวของช่อดอกปทุมมา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กนกพร บุญญะอติชาติ . "การศึกษาแนวทางยืดอายุปักแจกันและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา บางประการหลังการเก็บเกี่ยวของช่อดอกปทุมมา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. กนกพร บุญญะอติชาติ . การศึกษาแนวทางยืดอายุปักแจกันและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา บางประการหลังการเก็บเกี่ยวของช่อดอกปทุมมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
