| ชื่อเรื่อง | : | การผลิตและจำแนกเอนไซม์ที่ย่อยไคตินจากจุลินทรีย์ |
| นักวิจัย | : | นวลพรรณ ณ ระนอง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=27771 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เชื้อรา Mucor sp. (TISTR 3301) และ Paecilomyces lilacinus สามารถผลิตเอนไซม์ย่อยไคตินในสภาวะที่มีอากาศ ในอาหารเหลว P1-5 พบว่า Mucor sp. (TlSTR 3301) ผลิตเอน ไซม์ไคติเนสระหว่าง 4.10-4.42 หน่วยต่อมิลลิลิตร และเอน ไซม์ไคโตไบเอสระหว่าง 4.27-5.73 หน่วยต่อมิลลิลิตร ในวันที่ 4 ของการเจริญ P. lilacinus (KD-1-1) สามารถผลิตเอนไซต์ ไคติเนสระหว่าง 1.88-2.16 หน่วยต่อมิลลิลิตร และเอนไซม์ไค โตไบเอสระหว่าง 51.00-54.20 หน่วยต่อมิลลิลิตร ในวันที่ 2 ของการเจริญ สำหรับแอคติโนมัยซีท (1-3) จะผลิตเอนไซม์ใน อาหารเหลว P2 โดยผลิตเอนไซม์ไคติเนสระหว่าง 1.76-2.60 หน่วยต่อมิลลิลิตร และเอนไซม์ไคโตไบเอสระหว่าง 8.40-9.20 หน่วยต่อมิลลลิตรเมื่อนำเชื้อ P. lilacinus (KD-1-1) มา ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ด้วยสาร NTG พบว่าเชื้อกลายพันธุ์ MKD-04 M3-17 และ M3-44 สามารถผลิตเอนไซม์ไคติเนสได้สูง ระหว่าง 8.36-13.30 หน่วยต่อมิลลิลิตร และเอนไซม์ไคโตไบเอส เพิ่มขึ้นเป็น 195.50-427.50 หน่วยต่อมิลลิลิตร สภาวะที่ เหมาะสมต่อการทำงานของเอนไซม์ไคติเนสและเอนไซม์ไคโตไบเอส ของ Mucor sp. (TlSTR 3301) คือ พีเอช 5.0 และที่อุณหภูมิ 50 และ 60 องศาเซลเซียสตามลำดับ และมีความคงตัวที่อุณหภูมิ ตำ่กว่า 30 องศาเซลเซียส และพีเอชระหว่าง 4.0-6.0 เอนไซม์ ไคติเนสและไคโตไบเอสจาก P. lilacinus (KD-1-1) มีกิจกรรม สูงสุดที่พีเอช 5.0 อุณหภูมิ 40 และ 50 องศาเซลเซียล ตาม ลำดับ เอนไซม์ทั้งสองมีความคงตัว ที่พีเอชระหว่าง 5.0-6.0 และอุณหภูมิตำ่กว่า 40 องศาเซลเซียส สำหรับแอคติโนมัยซีท (1-3) เอนไซม์ไคติเนสมีกิจกรรมสูงสุดที่พีเอช 6.0 อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียล และเอนไซม์ไคโตไบเอสมีกิจกรรมสูงสุดที่ พีเอช 5.0 อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เอนไซม์ทั้งสองมีความ คงตัวที่พีเอชระหว่าง 5.0-7.0 และอุณหภูมิตำ่กว่า 30 องศา เซลเซียส เมื่อศึกษาการย่อยไคตินด้วยเอนไซม์จากราทั้งสอง ชนิดได้สารไคโตไบโอสและอะซีตีลกลูโคซามีน ยกเว้นเอนไซม์จาก แอคติโนมัยซีทได้สารอะซีตีลกลูโคซามีนเพียงชนิดเดียว เมื่อแยกเอนไซม์ย่อยไคตินให้บริสุทธิ์บางส่วนโดยการ ตกตะกอนด้วยเกลือแอมโมเนียมซัลเฟต และผ่านโครมาโตกราฟฟี แบบเจล เอนไซม์ไคติเนสจากรา Mucor sp. (TlSTR 3301) P. lilacinus (KD-1-1) และแอคติโนมัยซีท (1-3) มีความบริสุทธิ์ ขึ้น 5.76 4.66 และ 9.9 เท่า ตามลำดับ ในขณะที่เอนไซม์ไค โตไบเอสมีความบริสุทธิ์ขึ้น 8.99 2.48 และ 6.14 เท่า ตาม ลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
นวลพรรณ ณ ระนอง . (2540). การผลิตและจำแนกเอนไซม์ที่ย่อยไคตินจากจุลินทรีย์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นวลพรรณ ณ ระนอง . 2540. "การผลิตและจำแนกเอนไซม์ที่ย่อยไคตินจากจุลินทรีย์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นวลพรรณ ณ ระนอง . "การผลิตและจำแนกเอนไซม์ที่ย่อยไคตินจากจุลินทรีย์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. นวลพรรณ ณ ระนอง . การผลิตและจำแนกเอนไซม์ที่ย่อยไคตินจากจุลินทรีย์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
