ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ
นักวิจัย : รัชนู พรอำนวยลาภ
คำค้น : ผู้บริโภค -- พฤติกรรม , พฤติกรรมผู้บริโภค , การลงทุน -- การตัดสินใจ , วิทยานิพนธ์
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1122546000017
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าสะดวกซื้อ และปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกลงทุน แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีความต้องการในการลงทุนทำธุรกิจร้านสะดวกซื้อรูปแบบแฟรนไชส์ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 ชุด ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีช่วงอายุระหว่าง 31-40 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นส่วนใหญ่มีอาชีพประกอบกิจการส่วนตัวและมีสถานภาพสมรส ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อสินค้าโดยมีมูลค่าประมาณ 50 บาทต่อการเข้ามาซื้อสินค้าแต่ละครั้ง และจะเข้ามาซื้อสินค้าเฉลี่ยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อสินค้าจากทางร้านสะดวกซื้อ เพราะร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่ใกล้ที่พักอาศัยของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคเลือกซื้อจะมีลักษณะของการเลือกบริโภคที่แตกต่างกันซึ่งแบ่งตามกลุ่มสินค้าดังนี้ กลุ่มสินค้าประเภทหนังสือผู้บริโภคตัดสินใจซื้อโดยพิจารณาจาก เนื้อหาและแนวการเขียนเป็นสำคัญมีการเข้ามาซื้อโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง มูลค่าในการซื้อแต่ละครั้ง โดยเฉลี่ยไม่เกิน 50 บาท สินค้าประเภทที่อยู่ในตู้แช่ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับตัวสินค้าเป็นหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อแต่ละครั้ง มีการเข้ามาเลือกซื้อเฉลี่ยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง มีมูลค่าเฉลี่ยซื้อครั้งละไม่เกิน 50 บาท กลุ่มสินค้าประเภทอาหาร ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อโดยพิจารณาจากลักษณะของอาหารเป็นสำคัญ มีการเข้ามาซื้อเฉลี่ยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งมีมูลค่าในการซื้อเฉลี่ยครั้งละไม่เกิน 50 บาท กลุ่มสินค้าประเภทเครื่องดื่มที่กดจากเครื่อง ในการตัดสินใจซื้อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับลักษณะของเครื่องดื่ม มีความถี่ในการซื้อสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ร้อยละ 45 มีมูลค่าในการซื้อเฉลี่ยครั้งละไม่เกิน 50 บาทกลุ่มสินค้าประเภทขนมและลูกอม ผู้บริโภคมีการตัดสินใจเลือกซื้อโดยพิจารณาจากชนิดของขนมและลูกอมมีการเข้าเลือกซื้อโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 5-6 ครั้ง ในการซื้อแต่ละครั้งมีมูลค่าไม่เกิน 50 บาท กลุ่มสินค้าประเภทของใช้ ส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกซื้อจากขนาดของสินค้าเป็นสำคัญ มีการเข้ามาซื้อเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง มีมูลค่าในการซื้อเฉลี่ยครั้งละ 51-100 บาท กลุ่มการรับบริการชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการตัดสินใจมาใช้บริการนั้นผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับเรื่องของความถูกต้องน่าเชื่อถือของการให้บริการเป็นหลักมีการเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ในส่วนของผู้ลงทุนนั้นได้มีการพิจารณาที่จะเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์โดยที่ผู้ลงทุนจะมองในเรื่องของการลงทุน ผลตอบแทนความสำเร็จของธุรกิจ และการให้การสนับสนุนจากเจ้าของแฟรนไชส์ในด้านการตลาดการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการบริหารร้าน รวมทั้งยังมองถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เจ้าของแฟรนไชส์จัดทำขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนในแฟรนไชส์นั้น ๆผู้ลงทุนมีการกำหนด งบประมาณในการลงทุนโดยต้องการลงทุนด้วยงบประมาณ 1,800,001-2,300,000 บาท ซึ่งจะต้องได้รับผลตอบแทนในรูปของกำไรจากการลงทุน 20 (เครื่องหมาย)รวมทั้งผู้ลงทุนยังคาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากกำไรจากการดำเนินธุรกิจด้วย จากค่าเช่าที่ได้จากการให้เช่าพื้นที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเพื่อขายของรวมทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละปีนั้นผู้ลงทุนมีการคาดหวังว่าควรมีมูลค่าประมาณ 50,001-75,000 บาท โดยต้องการให้มีการคิดค่าใช้จ่ายที่จ่ายเป็นรายเดือนนั้นให้เป็นแบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่จากยอดขาย ซึ่งผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าในการประกอบธุรกิจร้านสะดวกซื้อในรูปแบบแฟรนไชส์จะประสบความสำเร็จโดยให้ระดับความเชื่อมั่นที่61-70 (เครื่องหมาย) ผู้ลงทุนมีความต้องการให้เจ้าของแฟรนไชส์มีการจัดกิจกรรมการส่งเสริมการขายให้ผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอมีการจัดการพัฒนาบุคลากรให้สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนาในเรื่องของการสื่อสารเพื่อให้พนักงานสามารถพูดดึงดูดใจให้ลูกค้ามีการเลือกซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นให้การสนับสนุนในเรื่องของการวางระบบการบริหารจัดการควบคุมสินค้าคงคลัง รวมถึงให้การสนับสนุนในการจัดหาสินค้าเข้าร้านเพื่อให้เหมาะสมกับการจัดจำหน่ายของทางร้าน อีกทั้งผู้ลงทุนยังเห็นว่าการที่เจ้าของแฟรนไชส์มีการให้ความรู้และจัดทำแผนการตลาดให้แก่ผู้ลงทุนมีการให้ความรู้และเทคนิคในการบริหารจัดการร้านธุรกิจแก่ผู้ลงทุนด้วย และการให้การช่วยเหลือในเรื่องการวางแผนการตลาดให้กับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นกิจกรรมที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จได้ซึ่งถือเป็นกิจกรรมจูงใจที่ส่งผลให้มีการตัดสินใจลงทุนมากที่สุด อีกกิจกรรมหนึ่งก็คือการดูแลให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องจากเจ้าของแฟรนไชส์ที่เป็นกิจกรรมที่ผู้ลงทุนเห็นว่าจะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จได้ นอกจากนี้ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะโดยผู้ที่เป็นผู้ให้สิทธิ์แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงรูปแบบของธุรกิจให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุน โดยให้ความสำคัญกับเงินลงทุน ผลตอบแทนการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจให้กับผู้ลงทุน และการให้การสนับสนุนจากเจ้าของแฟรนไชส์

บรรณานุกรม :
รัชนู พรอำนวยลาภ . (2546). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัชนู พรอำนวยลาภ . 2546. "การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัชนู พรอำนวยลาภ . "การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
รัชนู พรอำนวยลาภ . การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.