ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้า: ศึกษากรณีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดชลบุรี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้า: ศึกษากรณีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดชลบุรี
นักวิจัย : ถาวร สุขสำราญ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1112541000002
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้า: ศึกษากรณีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นจังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการอบรมเลี้ยงดูเด็กในครอบครัว การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของนักเรียน การคบหาสมาคมและการเสริมแรงทัศนคติต่อการป้องกันการเสพยาบ้าที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ระหว่างเด็กที่เสพยาบ้ากับเด็กที่ไม่เสพยาบ้า กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2541 ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นจังหวัดชลบุรีรวม 10 โรงเรียน จำนวน 366 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามและแบบวัดความคิดเห็น มี 5 ตอน1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนตัว 2) แบบวัดแบบแผนการอบรมเลี้ยงดู 3) แบบวัดระดับการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม4) แบบวัดการเสริมแรงและการคบเพื่อน 5) แบบวัดทัศนคติต่อการป้องกันการเสพยาบ้า เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS/PC+ เพื่อศึกษาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความแปรปรวนค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการวิเคราะห์ ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีอายุ 14 ปี เป็นเพศชาย สถานภาพสมรสของบิดามารดาถือสมรสและอยู่ร่วมกัน นักเรียนส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่กับบิดามารดา และบิดามารดาเป็นผู้อบรมเลี้ยงดู ความสัมพันธ์ของบิดามารดาและของบุคคลภายในครอบครัวมีความรักและผูกพันห่วงใยกันพอสมควร เพศ อายุ ชั้นเรียน ค่าใช้จ่ายสถานภาพสมรสของบิดามารดา ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดา ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลภายในครอบครัว บุคคลที่ให้การอบรมเลี้ยงดูและบุคคลที่นักเรียนพักอาศัยอยู่ด้วย กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าของนักเรียนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แบบแผนการอบรมเลี้ยงดูเด็กได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบให้พึ่งตนเองเร็วมากที่สุด การอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุนและแบบให้พึ่งตนเองกับพฤติกรรมการเสพยาบ้าของนักเรียนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม เด็กส่วนใหญ่มีระดับการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมสูงกว่าการกระทำตามผู้อื่นทำหรือผู้อื่นเห็นว่าดี และเกือบอยู่ในระดับการกระทำโดยเพราะเป็นหน้าที่ในสังคม การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมกับชั้นเรียนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีระดับการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมสูงกว่าชั้นเรียนอื่น เด็กที่เสพยาบ้ามีระดับการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมต่ำกว่าเด็กที่ไม่เสพยาบ้า การเสริมแรงและการคบเพื่อน เด็กที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้เสพยาบ้าจะรู้จักคุ้นเคยกับกลุ่มเพื่อนในหมู่บ้านซึ่งเสพยาบ้าและเคยพบเห็นหรือทราบว่ามีผู้เสพยาบ้าอยู่ในหมู่บ้านเมื่อจำแนกความแตกต่างระหว่างปัจจัยทางชีวสังคม พบความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยเด็กชายอายุ 15 ปี อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้เสพยาบ้ามาก เป็นเด็กที่บิดามารดาและบุคคลภายในครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันเด็กหญิงมีการยอมรับผลเสียเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพยาบ้ามากกว่าเด็กชาย ส่วนทัศนคติต่อการป้องกันการเสพยาบ้า เด็กส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด ภัยหรือผลร้ายของยาบ้าค่อนข้างดี เด็กหญิงมีความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดภัยหรือผลร้ายของยาบ้ามากกว่าเด็กชาย เด็กส่วนใหญ่มีทัศนคติต่อต้านการเสพยาบ้าค่อนข้างดีโดยเด็กหญิงมีทัศนคติต่อต้านการเสพยาบ้ามากกว่าเด็กชาย เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ การวิเคราะห์ความแปรปรวน และวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าของนักเรียนคือ 1) การอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุนและแบบให้พึ่งตนเอง2) การใช้เหตุเชิงจริยธรรม 3) การเสริมแรงและการคบเพื่อน 4) ทัศนคติต่อต้านการเสพยาบ้า ผลการวิจัยครั้งนี้พบประเด็นที่พิจารณาเป็นข้อเสนอแนะดังนี้ 1. ควรจะได้มีการศึกษางานวิจัยเรื่องนี้ต่อไป โดยควรที่จะได้ศึกษาให้ครบวงจร เช่น ศึกษาถึงการเริ่มเสพความรู้สึกเมื่อได้เสพ จนถึงขั้นตอนการเลิกเสพยาบ้า 2. ควรจะได้ศึกษาถึงวงจรการแพร่ระบาดของยาบ้า ตั้งแต่วงจรการผลิต การลำเลียง การค้า ว่ามีลักษณะขบวนการอย่างไร และเหตุใดยาบ้าจึงแพร่ระบาดได้รวดเร็ว เพื่อประโยชน์ในการกำจัดวงจรการแพร่ระบาดที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ 3. การวิจัยเพื่อศึกษาพฤติกรรมในลักษณะนี้ควรจะใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพประกอบโดยเข้าไปสังเกตการณ์และสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เที่ยงตรงเป็นประโยชน์ต่อไป

บรรณานุกรม :
ถาวร สุขสำราญ . (2541). การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้า: ศึกษากรณีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดชลบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ถาวร สุขสำราญ . 2541. "การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้า: ศึกษากรณีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดชลบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ถาวร สุขสำราญ . "การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้า: ศึกษากรณีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดชลบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ถาวร สุขสำราญ . การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้า: ศึกษากรณีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดชลบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.