| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของสถานบริการรับเลี้ยงเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ธิติมา ประภากรเกียรติ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=24515 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่อง "การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของสถานบริการรับเลี้ยงเด็ก ในเขตกรุงเทพมหานคร" มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของสถานบริการ รับเลี้ยงเด็ก 2) เพื่อเปรียบเทียบการใช้ส่วนประสมทางการตลาดของผู้ให้บริการ ระหว่าง สถานบริการรับเลี้ยงเด็กรัฐบาลและเอกชน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ที่มีต่อสถานบริการรับเลี้ยงเด็ก การวิจัยนี้ได้ทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่ดูแลสถานบริการรับเลี้ยงเด็กรัฐบาลและเอกชน จำนวน 105 ตัวอย่าง และแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ใช้บริการสถานบริการรับเลี้ยงเด็กรัฐบาล และเอกชน จำนวน 390 ตัวอย่าง ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีหาค่าร้อยละ และทดสอบ สมมติฐานโดยใช้ค่าสถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า สถานบริการรับเลี้ยงเด็กรัฐบาล ให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกบุคลากรโดยเลือก บุคลากรที่ชอบทำงานเกี่ยวกับเด็ก มุ่งภาพลักษณ์โดยคำนึงถึงบริการและคุณภาพ สถานที่ตั้ง เดินทางสะดวก และให้บริการความรู้ในเรื่องสุขภาพและการอบรม ส่วนสถานบริการ รับเลี้ยงเด็กเอกชน ให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกบุคลากรโดยเลือกบุคลากรที่ชอบทำงาน เกี่ยวกับเด็ก มุ่งภาพลักษณ์โดยคำนึงถึงบริการและคุณภาพ สถานที่ตั้งปลอดภัยห่างจาก มลภาวะ และให้บริการความรู้ในเรื่องสุขภาพและการอบรม การเปรียบเทียบการใช้ส่วนประสมทางการตลาดระหว่างสถานบริการรับเลี้ยงเด็ก รัฐบาลและเอกชน พบว่า การใช้ส่วนประสมทางการตลาดด้านการบริการได้แก่ การจัด ให้มีบัตรแสดงเพื่อมารับเด็ก มีบริการรถรับ - ส่ง ด้านอัตราค่าบริการ ได้แก่ กำไร ที่จะได้รับ สถานะ/รายได้ทางการเงินของผู้ใช้บริการ และด้านการส่งเสริมการตลาด ได้แก่ การแข่งขัน ของสถานบริการรับเลี้ยงเด็กรัฐบาล สูงกว่า สถานบริการรับเลี้ยงเด็ก เอกชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกนั้นไม่แตกต่างกัน ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อสถานบริการรับเลี้ยงเด็ก พบว่า ด้านบริการ ผู้ใช้บริการสถานบริการรับเลี้ยงเด็กรัฐบาล มีความพึงพอใจในเรื่องกิจกรรมที่เน้น ส่งเสริมด้านพัฒนาการของเด็ก เน้นการเตรียมความพร้อมให้เด็กช่วยเหลือตนเอง ห้องสะอาดและมีของเล่นวางไว้เป็นระเบียบ มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดี และ ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้ใช้บริการ ส่วนผู้ใช้บริการรับเลี้ยงเด็กเอกชน มีความพึงพอใจในเรื่อง เน้นการเตรียม ความพร้อมให้เด็กช่วยเหลือตนเอง มีบริการ ดูแลเด็กนอกเวลาในกรณีจำเป็น มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดี มีความสัมพันธ์ระหว่าง ครูกับผู้ใช้บริการ และมีการประเมินผลการพัฒนาการของเด็ก ด้านอัตราค่าบริการ ทั้งผู้ใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กรัฐบาลและเอกชน มีความพึงพอใจในทุกรายการ เหมือนกัน ด้านทำเลที่ตั้ง ผู้ใช้บริการสถานบริการรับเลี้ยงเด็กรัฐบาล มีความพึงพอใจ ในเรื่อง สถานที่ตั้งอยู่ใกล้เหมาะกับการเดินทางไปมาสะดวก ใกล้ถนนใหญ่ และสถานที่ตั้ง ปลอดภัยห่างมลภาวะ ส่วนผู้ใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนมีความพึงพอใจในเรื่อง ใกล้ถนนใหญ่เพียงเรื่องเดียว ด้านการส่งเสริมการตลาด ผู้ใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็ก รัฐบาลมีความพึงพอใจเพียงเรื่องเดียวคือ ข้อเท็จจริงตรงตามโฆษณา ส่วนผู้ใช้บริการ สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน มีความพึงพอใจในเรื่อง ข้อความโฆษณาสื่อสารได้ชัดเจน เข้าใจง่าย ข้อเท็จจริงตรงตามโฆษณา มีการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ ลูกค้า มีการจัดกิจกรรมภายใน และมีการจัดกิจกรรมภายนอกที่แสดงต่อสาธารณะ |
| บรรณานุกรม | : |
ธิติมา ประภากรเกียรติ . (2543). การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของสถานบริการรับเลี้ยงเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธิติมา ประภากรเกียรติ . 2543. "การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของสถานบริการรับเลี้ยงเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธิติมา ประภากรเกียรติ . "การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของสถานบริการรับเลี้ยงเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ธิติมา ประภากรเกียรติ . การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของสถานบริการรับเลี้ยงเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
