| ชื่อเรื่อง | : | การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศ : ศึกษาเฉพาะกรณีเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น รสชาติ |
| นักวิจัย | : | อดิชวัน ธรรมพนิชวัฒน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000099 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัจจุบันนานาอารยประเทศต่างให้การรับรองคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและทัศนะคติคนในชาติที่แตกต่างกัน ทำให้ระดับในการให้ความรับรองและคุ้มครองสิทธิแตกต่างกัน ผลแห่งการนั้นทำให้การตกลงทำการค้าระหว่างประเทศมีข้อขัดข้อง กล่าวคือ ประเทศที่มีระดับการคุ้มครองที่สูงกว่า ต้องการให้ประเทศที่มีระดับการให้ความคุ้มครองที่ต่ำกว่าให้ความคุ้มครองสิทธินั้นในระดับเดียวกับตน ตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีระดับในการให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าที่เปิดกว้าง โดยให้การรับรองและคุ้มครองไปถึงเครื่องหมายการค้าที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา เช่น เสียง กลิ่น หรือรสชาติ เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาต้องการเปิดการค้าเสรีกับประเทศใดก็ต้องการให้ประเทศนั้นๆ รับรองและคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายการค้าในระดับเดียวกับที่ตนให้ความคุ้มครอง ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ระหว่างการเจรจากับประเทศสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้ จากการศึกษาพบว่า ในกลุ่มประเทศที่ให้การรับรองคุ้มครองเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น รสชาติ เช่น ประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และออสเตรเลีย กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น หรือรสชาติ จะต้องทำการนำเสนอกราฟฟิคของเครื่องหมายการค้านั้นๆ ให้มีความชัดเจนและแน่นอน ส่วนหลักเกณฑ์การนำเสนอนั้นอาจแตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ เช่น เครื่องหมายการค้าเสียงก็กำหนดให้ทำการนำเสนอกราฟฟิคที่แตกต่างกัน จำแนกออกได้ดังนี้ 1.โดยวิธีการบันทึกเสียงที่จะทำการขอจดทะเบียนใส่เทปหรือซีดีสามตลับหรือแผ่น 2.ทำการนำเสนอในรูปของกราฟเสียง 3.ทำการนำเสนอในรูปของตัวโน๊ต 4.การเขียนคำบรรยายลักษณะของเสียงที่ทำการจดทะเบียน ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่ประเภทของเสียงที่จะทำการจดทะเบียน สำหรับเครื่องหมายการค้ากลิ่นกำหนดให้ทำการนำเสนอกราฟฟิคที่แตกต่างกันจำแนกออกได้ดังนี้ 1.การแสดงข้อมูลทางเคมี 2.การให้คำอธิยบายด้วยวิธีการเขียนคำบรรยาย 3.ด้วยวิธีการฝากตัวอย่างของกลิ่น 4.การใช้วิธีการทั้งหลายรวมกันในการพิจารณา ส่วนเครื่องหมายการค้ารสชาตินั้นแม้จะยังไม่มีคำขอใดๆ ได้รับการจดทะเบียนก็ตามแต่กฎหมายทั้งในระดับสัญญา อนุสัญญา ข้อตกลง รวมทั้งกฎหมายภายในก็เปิดช่องการรับจดทะเบียนโดยมีหลักเกณฑ์ว่า การนำเสนอกราฟฟิคนั้น จะต้องทำให้เกิดความชัดเจนแน่นอน โดยสามารถเทียบเคียงได้กับการเสนอกราฟฟิคในเรื่องกลิ่นได้ดังนี้ 1.การแสดงข้อมูลทางเคมี 2.การให้คำอธิบายด้วยวิธีการเขียนคำบรรยาย 3.ด้วยวิธีการฝากตัวอย่างของรสชาติ 4.การใช้วิธีการทั้งหลายรวมกันในการพิจารณา ผลจากการศึกษานี้จึงมีข้อเสนอว่า สิ่งใดที่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายการค้าได้แม้สิ่งๆ นั้นจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา เช่น เสียง กลิ่น หรือรสชาติ ก็สมควรให้การรับรองและคุ้มครองด้วยเช่นกัน ตามที่นานาประเทศที่มีความอารยะเล็งเห็นผลประโยชน์อันพึงได้รับจากเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ต่างขานรับโดยเข้ารับรองคุ้มครองเครื่องหมายการค้าประเภทนี้อย่างแพร่หลาย ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยสมควรที่จะปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าเพื่อให้การรับรองคุ้มครองเครื่องหมายการค้าเสียง เครื่องหมายการค้ากลิ่น และเครื่องหมายการค้ารสชาติ เป็นเครื่องหมายการค้าที่สามารถทำการจดทะเบียนได้ |
| บรรณานุกรม | : |
อดิชวัน ธรรมพนิชวัฒน์ . (2548). การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศ : ศึกษาเฉพาะกรณีเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น รสชาติ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อดิชวัน ธรรมพนิชวัฒน์ . 2548. "การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศ : ศึกษาเฉพาะกรณีเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น รสชาติ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อดิชวัน ธรรมพนิชวัฒน์ . "การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศ : ศึกษาเฉพาะกรณีเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น รสชาติ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. อดิชวัน ธรรมพนิชวัฒน์ . การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศ : ศึกษาเฉพาะกรณีเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น รสชาติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
