| ชื่อเรื่อง | : | มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองลูกจ้างกรณีนายจ้างควบรวมกิจการ |
| นักวิจัย | : | ปัทมา เชาว์วิศิษฐ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000060 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนและวิธีการคุ้มคอรงสิทธิของลูกจ้าง กรณีนายจ้างควบรวมกิจการกับนิติบุคคลอื่นหรือนานจ้างอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 6 ว่าด้วยจ้างแรงงานพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518เปรียบเทียบกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ กับกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ สหภาพยุโรป อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เพื่อหาแนวทางหรือมาตรการที่เหมาะสมมาแก้ไข และปรับปรุงกฎหมายที่บังคับอยู่ในปัจจุบันให้เหมาะสม และสามารถช่วยเหลือลูกจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลการศึกษาพบว่า กฎหมายแรงงานของไทยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องการควบรวมกิจการไว้เพียง 2 มาตราเท่านั้นกล่าวคือ มาตรา 577 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 6 ว่าด้วยจ้างแรงงาน ที่ว่า ~b"นายจ้างโอนสิทธิของตนให้แก่บุคคลภายนอกก็ได้เมื่อลูกจ้างยินยอมพร้อมใจด้วย"~b และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 กำหนดว่า ~b"ในกรณีที่กิจการใดมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้างเนื่องจากการโอนรับมรดกหรือด้วยประการอื่นใด หรือในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลและมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอนหรือควบกับนิติบุคคลใด สิทธิต่างๆ ที่ลูกจ้างมีอยู่ต่อนายจ้างเดิมเช่นใดให้ลูกจ้างมีสิทธิเช่นว่านั้นต่อไป"~b ซึ่งเป็นบทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติที่เขียนไว้ในลักษณะที่กว้างๆ ไม่ได้กำหนดรายละเอียดไว้โดยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างกรณีที่นายจ้างควบรวมกิจการกับนิติบุคคลอื่น ไม่ได้กำหนดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้าง ในขั้นตอนก่อนการควบรวมกิจการ หรือหลังจากการควบรวมกิจการรวมทั้งการเลิกจ้างลูกจ้างด้วยเหตุการควบรวมกิจการไว้อย่างชัดเจนและเป็นธรรมแก่ลูกจ้าง เนื่องจากกฎหมายกำหนดแต่เพียงว่า~b"สิทธิต่างๆ ที่ลูกจ้างมีต่อนายจ้างเดิมเช่นใด ให้ลูกจ้างมีสิทธิเช่นว่านั้นต่อไป"~bเท่านั้น ดังนั้น จึงควรให้มีการแก้ไขปรับปรุงและเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 13 โดยปรับเพิ่มเป็นมาตรา 13 ทวิ ,ตรี,จัตวา และเบญจ เพื่อให้คุ้มครองสิทธิของลูกจ้างกรณีนายจ้างควบรวมกิจการไว้โดยเฉพาะ โดยนำบทบัญญัติของอนุสัญญาและข้อเสนอแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศและกฎหมายต่างประเทศมาปรับใช้ อาทิเช่น ในขั้นตอนก่อนการควบรวมกิจการ กำหนดให้นายจ้างจะต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงการควบรวมกิจการ และการปรึกษาหารือระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อลูกจ้าง ส่วนในขั้นตอนหลังจากการควบรวมกิจการ กำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างต้องเจรจาปรึกษาหารือกันหากนายจ้างต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางใช้กับลูกจ้างทุกคน และขั้นตอนการเลิกจ้างกำหนดให้นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าชดเชยพิเศษให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนรัดกุม เหมาะสม และเป็นธรรมมากกว่าปัจจุบัน อีกทั้งเพื่อเป็นหลักประกันว่าลูกจ้างจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสภาวการณ์แรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป |
| บรรณานุกรม | : |
ปัทมา เชาว์วิศิษฐ . (2548). มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองลูกจ้างกรณีนายจ้างควบรวมกิจการ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปัทมา เชาว์วิศิษฐ . 2548. "มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองลูกจ้างกรณีนายจ้างควบรวมกิจการ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปัทมา เชาว์วิศิษฐ . "มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองลูกจ้างกรณีนายจ้างควบรวมกิจการ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ปัทมา เชาว์วิศิษฐ . มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองลูกจ้างกรณีนายจ้างควบรวมกิจการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
