ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเลือกขนาดท่อแคปปิลารี่ สำหรับทำความเย็นผสม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเลือกขนาดท่อแคปปิลารี่ สำหรับทำความเย็นผสม
นักวิจัย : วิโรจน์ ฤทธิ์ทอง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=9016
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยนี้เป็นการหาวิธีเลือกขนาดท่อแคปปิลารี่ สำหรับสารทำความ เย็นผสม ในวัฏจักรทำความเย็นแบบอัดไอ ระบบขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ นิยมใช้ท่อแคปปิลารี่ซึ่งเป็นท่อทองแดงขนาดเล็กที่มีความยาวระหว่าง 1 ถึง 6 เมตร และโดยทั่วๆไปจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 0.5 ถึง 2 มิลลิเมตร ผลการศึกษาสารผสมของ R22/R152a/R124มีชื่อทางการค้า MP39 และ MP52 ซึ่งมี สัดส่วน 53/13/34และ33/15/52เปอร์เซ็นต์ โดยมวลตามลำดับ สารดังกล่าวมีการเสนอ ให้ใช้ทดแทนสาร R12 ในระบบทำความเย็นขนาดเล็ก เช่นตู้เย็น ตู้น้ำเย็น ตู้แช่ เพื่อการค้า และ เครื่องปรับอากาศในรถยนต์เป็นต้น งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อคำนวณหาความดันลดและอุณหภูมิที่ตำแหน่งทางออกท่อแคปปิลารี่ โดยมีการทำ แบบจำลองการไหลภายในท่อแคปปิลารี่ซึ่งสมมุติว่าไม่มีการถ่ายเทความร้อน เพื่อ ทำนายความดันที่ตำแหน่งต่างๆภายในท่อแคปลารี่ โดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์ พิจารณาการไหลภายในท่อแคปปิลารี่ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงการไหลสถานะเดียว และอีกช่วงจะเป็นการ ไหลสองสถานะ วิเคราะห์โดยใช้แบบจำลองการไหลแบบเนื้อเดียว โดยสมมุติว่าการไหลของไหลทั้งสองสถานะระหว่างของเหลวและไอมีความเร็วเท่ากัน และผสมคลุกเคล้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยการศึกษานี้จะทดสอบการไหลภายในท่อแคปปิลารี่เป็นท่อทองแดงตรงที่อยู่ ในแนวระดับ รวมทั้งมีเส้นผ่าศูนย์กลางภายในและความหยาบคงที่ ตลอดความยาวท่อ ซึ่งท่อแคปปิลารี่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 1.50 มิลลิเมตร ความหนาท่อ 1.34 มิลลิเมตร ทดสอบที่ความยาว 0.60 0.80 และ 1.00 เมตร และที่ ขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางภายใน 1.63 มิลลิเมตร ความหนาท่อ 1.32 มิลลิเมตร ทดสอบที่ความยาว 1.00 1.20 และ 1.50 เมตรและที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 1.78 มิลลิเมตร มี ความหนาท่อ 1.32 มิลลิเมตร ทดสอบที่ความยาว 1.50,1.80 และ 2.20 เมตร ตามลำดับ กำหนดให้อุณหภูมิทางเข้าท่อเป็น 30 (+,ฐ)C 35 (+,ฐ)C และ 40 (+,ฐ)C และ ดูผล กระทบเมื่ออุณหภูมิเย็นยิ่งยวด 2 (+,ฐ)C 3 (+,ฐ)C และ 4 (+,ฐ)C ขณะนั้นทดสอบ ที่อัตราการไหล 0.0068,0.0078 และ 0.008 กิโลกรัมต่อวินาที ตามลำดับ จากการศึกษาพบว่า ผลการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เทียบกับผลการทดลอง ของ สารทำงานทั้ง 3 ชนิดคือ R12, MP39 และ MP52 เมื่อทดสอบที่สภาวะเงื่อนไขต่างๆ สารทำงาน R12 จะมีความคลาดเคลื่อน +16 เปอร์เซนต์ MP39 จะมีความคลาดเคลื่อน +22 เปอร์เซ็นต์ และ MP52 จะมีความคลาดเคลื่อน +23 เปอร์เซ็นต์โดยสารทำงาน MP52 จะลดอุณหภูมิได้ต่ำกว่าสารทำงาน R12 และ MP39 และเมื่อพิจารณาผลการเลือก ขนาดท่อแคปปิลารี่จากการวิเคราะห์แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ พบว่าที่ขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางทอแคปปิลารี่ 1.50 มิลลิเมตร จะลดความดันได้ดีกว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์ กลางท่อแคปปิลารี่ 1.63 มิลลิเมตร และ 1.78 มิลลิเมตร ที่สภาวะเงื่อนไขการ ทำงานเหมือนกัน และเมื่อขยายผลถึงการวิเคราะห์ตัวแปรต่างๆที่มีผลต่อความดันลด ตามความยาวท่อแคปปิลารี่ โดยวิธีการวิเคราะห์ความไวจากมากที่สุดถึงน้อยที่สุด คือ อุณหภูมิทางเข้าทางเข้าท่อแคปปิลารี่ อัตราการไหลของสารทำงาน ความยาวท่อ อุณหภูมิเย็นยิ่งยวด และ เส้นผ่านศูนย์กลางภายในท่อ ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
วิโรจน์ ฤทธิ์ทอง . (2545). การเลือกขนาดท่อแคปปิลารี่ สำหรับทำความเย็นผสม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิโรจน์ ฤทธิ์ทอง . 2545. "การเลือกขนาดท่อแคปปิลารี่ สำหรับทำความเย็นผสม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิโรจน์ ฤทธิ์ทอง . "การเลือกขนาดท่อแคปปิลารี่ สำหรับทำความเย็นผสม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
วิโรจน์ ฤทธิ์ทอง . การเลือกขนาดท่อแคปปิลารี่ สำหรับทำความเย็นผสม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.