ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประหยัดพลังงานในเครื่องอบแห้งแบบปั๊มความร้อนโดยใช้เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประหยัดพลังงานในเครื่องอบแห้งแบบปั๊มความร้อนโดยใช้เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ
นักวิจัย : มนตรี เดชมา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=9014
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้เป็นการใช้เทอร์โมไซฟอนในระบบอบแห้งชนิดปั๊มความร้อน โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษา ออกแบบ สร้าง และวิเคราะห์ผลของการใช้เทอร์โมไซฟอน เป็นอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างอากาศก่อนเข้าและหลังออกส่วนทำระเหยของ ปั๊มความร้อนในระบบอบแห้งชนิดปั๊มความร้อน เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน เทอร์โมไซฟอนที่ใช้เป็นแบบวงรอบ(Loop Thermosyphon) ประกอบด้วยคอยล์ส่วนระเหย และคอยล์ส่วนควบแน่น ที่มีลักษณะเหมือนกับส่วนทำระเหยของเครื่องปรับอากาศทั่ว ไปคือ เป็นแบบท่อกลมและครีบชนิดคลื่นต่อเนื่อง ซึ่งมีขนาดพื้นที่ผิวหน้า 400 มม.x360 มม. ภายในคอยล์ประกอบด้วยท่อทองแดงชนิดผิวในเรียบขนาดเส้นผ่า ศูนยกลางภายนอก 10.0 มม. และครีบอลูมิเนียมที่มีจำนวนครีบ 12 ครีบต่อนิ้ว หนา 0.15 มม. เทอร์โมไซฟอนที่ใช้เป็นแบบ 42 ลูป ซึ่งคอยล์แต่ละส่วนมีจำนวนแถว 6 แถว สารทำงานที่ใช้คือ R-123 ระบบอบแห้งชนิดปั๊มความร้อนที่ใช้ในการศึกษาวิจัยนี้ประกอบด้วย พัดลม หมุนเวียนอากาศ (Blower)ของเครื่องอบแห้งที่ใช้ในปัจจุบันคือแบบ Axial Flow ขับด้วยมอเตอร์ 1 HP,1430 rpm มีปริมาณลมหมุนเวียน(จากการวัดจริง)0.4 kg/s ปั๊มความร้อนออกแบบโดยมีองค์ประกอบของเครื่องทำความเย็นสำหรับห้องเย็นที่มี ส่วนทำระเหย(Evaporator)ขนาด 4000 Btu/h (Low Temp.) ชุดส่วนควบแน่น(Conden sing Unit)ซึ่งมีเครื่องอัดไอ (Compressor)1.5 HP และ Thermostatic Exp.Valve รุ่น FF-1 และมีขดลวดความร้อนไฟฟ้าขนาด 6 kW ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานเสริมเพื่อเพิ่มอุณหภูมิอากาศอบแห้งในกรณีที่ อุณหภูมิอากาศอบแห้งที่ได้จากปั๊มความร้อนไม่ถึงอุณหภูมิอบแห้งที่ต้องการ และ ทำหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิอากาศอบแห้ง ทำการทดสอบโดยมีเงื่อนไขการทดสอบ 3 เงื่อนไข คือ อัตราส่วนอากาศที่ไม่ผ่านส่วนทำระเหยหรือBAR (Bypass Air Ratio) 0%,20% และ 40% กับเงื่อนไขการทดสอบอีก 2 เงื่อนไข คือก่อนติดตั้งและหลังติด ตั้งเทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบในการทดสอบทุก ๆ เงื่อนไขจะควบคุมให้มีอุณหภูมิอากาศ อบแห้งที่ 55 (+,ฐ)C ความชื้นเริ่มต้นของข้าวเปลือกประมาณ 11-13%มาตรฐานเปียก ใช้เวลาในการอบ 7 ชั่วโมงจนเหลือความชื้นสุดท้ายคือ 5-7% มาตรฐานเปียกและ อัตราการไหลเชิงมวลของอากาศอบแห้งคือประมาณ 0.4 kg/s แล้วทำการวัดคุณสมบัติ ของอากาศแต่ละจุดและค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ของระบบ ทำการ วิเคราะห์ในเชิงเปรียบเทียบถึงค่าสมรรถนะต่าง ๆ ของระบบ ค่าคุณลักษณะทางความ ร้อนของเทอร์โมไซฟอน การประหยัดพลังงานจากการใช้เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ แล้ว ทำการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ จากผลการทดสอบ เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ 42 ลูป สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้า ได้เท่ากับ 3.08 KWh ต่อ 1 วัน และ 3.50 KWh ต่อ 1 วัน สำหรับกรณี BAR 20% และ 40 % ตามลำดับ หรือคิดเป็น 7.2% และ 8.5% ตามลำดับเมื่อเทียบกับระบบบที่ ่ไม่ได้ติดตั้งเทอร์โมไซฟอน ส่วนกรณี BAR 0% นั้นค่าพลังงานไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 3.6% ค่าประสิทธิผลเพิ่มขึ้นจาก 0.217เป็น 0.288 เมื่อค่าหน่วยการถ่ายเทความ ร้อน (NTU) เพิ่มขึ้นจาก0.044 เป็น 0.050 ตามลำดับ และมีอัตราผลตอบแทนภายใน เท่ากับ 22.90% และ 26.45 สำหรับกรณี BAR 20% และ 40% ตามลำดับ ดังนั้น เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบจึงมีความเหมาะสมสำหรับระบบอบแห้งชนิดปั๊มความร้อนนี้ที่ เงื่อนไข BAR 20% และ 40%

บรรณานุกรม :
มนตรี เดชมา . (2545). การประหยัดพลังงานในเครื่องอบแห้งแบบปั๊มความร้อนโดยใช้เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มนตรี เดชมา . 2545. "การประหยัดพลังงานในเครื่องอบแห้งแบบปั๊มความร้อนโดยใช้เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มนตรี เดชมา . "การประหยัดพลังงานในเครื่องอบแห้งแบบปั๊มความร้อนโดยใช้เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
มนตรี เดชมา . การประหยัดพลังงานในเครื่องอบแห้งแบบปั๊มความร้อนโดยใช้เทอร์โมไซฟอนแบบวงรอบ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.