| ชื่อเรื่อง | : | อุปทานแรงงานนอกฟาร์มของเกษตรกรคู่สามี-ภรรยา ในจังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | ประทานทิพย์ กระมล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5821 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อศึกษากระบวนการตัดสินใจทำงานนอกฟาร์มของ เกษตรกร และวิเคราะห์อุปทานแรงงานนอกฟาร์มของเกษตรกรสามีและภรรยาในพื้นที่ใกล้เมือง และ พื้นที่ไกลเมือง ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยสัมภาษณ์เกษตรกร 100 ครัวเรือน รวม ถึงเกษตรกรผู้เป็นสามี 98 รายและเกษตรกรผู้เป็นภรรยา 96 ราย สำหรับฤดูการผลิตปี 2539/40 ครัวเรือนเกษตรกรที่คู่สามี-ภรรยาทำการเกษตรเพียงอย่างเดียวมีร้อยละ 21 นอกจากนี้ ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างเป็นอาชีพรอง จากครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือก ทำงานเกษตรทั้งในช่วงฤดูทำนาและฤดูหลังนา เนื่องจากเห็นว่างานเกษตรเป็นอาชีพหลักของ ครอบครัว และครัวเรือนมีทรัพยากรอยู่แล้ว โดยเกษตรกรส่วนใหญ่เห็นว่าควรทำงานนอกเกษตรร่วม กับงานเกษตรเมื่อว่างจากงานเกษตรในฟาร์มของตนเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว และจัดสรร รายได้จากนอกเกษตรสำหรับค่าใช้จ่ายในบ้านและการศึกษาของบุตรหลานเป็นส่วนใหญ่ แต่นำมาใช้ เพื่อการลงทุนการเกษตรเพียงร้อยละ 12.46 ของรายได้นอกเกษตรทั้งหมด การทำงานนอกเกษตรของ เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิต และการจัดการการผลิต ผู้ที่ไม่ทำงานนอกเกษตรนั้นมีสาเหตุที่สำคัญจากข้อจำกัดทางด้านเวลา สุขภาพ และความ รู้รวมไปถึงมีความเห็นว่า งานนอกเกษตรไม่อิสระ เกษตรกรร้อยละ 83 ไม่คิดที่จะเลิกทำการ เกษตรจากเหตุผลที่หลากหลาย เช่น เห็นว่างานเกษตรเป็นอาชีพหรือรายได้หลัก ต้องการใช้ที่ ดินให้เกิดประโยชน์ และไม่มีความรู้ที่จะประกอบอาชีพอื่น เป็นต้น การวิเคราะห์สมการอุปทานแรงงานนอกฟาร์มของคู่สามี-ภรรยา โดยวิธี 3-Stage Least Squares กับแบบจำลอง nonseparability จากการนำค่าจ้างเงา (shadow wage) และรายได้เงา (shadow income) ที่ได้จากการวิเคราะห์สมการการผลิตการเกษตรของครัวเรือนเกษตรกรมาเป็น ตัวแปรอธิบายร่วมกับตัวแปรทางสังคม ปรากฏว่า ค่าจ้างเงามีผลกระทบอย่างสำคัญต่อการออกไป ทำงานนอกเกษตรทั้งของสามีและภรรยา โดยมีความยืดหยุ่นต่อค่าจ้างเงาต่ำ ประมาณ 0.42 และ 0.43 ตามลำดับ การใช้เวลาทำงานเกษตรในฟาร์มของสามีและขนาดฟาร์ม มีผลให้การออกไปทำงานนอก เกษตรของสามีลดลง แต่ไม่มีผลสำคัญต่อผู้เป็นภรรยา ในขณะที่ทัศนะที่ดีต่อการเกษตรมีผลให้ ทั้งสามีและภรรยาทำงานนอกเกษตรน้อยลง ส่วนปัจจัยทางด้านครอบครัว เช่น ขนาดของครัวเรือน อายุ และจำนวนผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิงไม่มีผลต่อการอุปทานแรงงาน แต่ความเป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้สามีทำงานนอกเกษตรน้อยลงเพราะต้องเป็นหลักในการทำการเกษตรในฟาร์มของครัวเรือน นอกจาก นี้การมีทรัพย์สินในครัวเรือนมากมีผลให้สามีทำงานนอกเกษตรลดลงด้วย เวลาการทำงานนอกเกษตรของภรรยามีผลให้การทำงานนอกเกษตรของสามีลดลง แต่สำหรับภรรยา แล้วการทำงานนอกเกษตรของสามีกลับไม่มีผลแต่อย่างใด และค่าจ้างเงาของภรรยาไม่มีผลต่อสามี ในขณะที่ค่าจ้างเงาที่สูงของสามีกลับมีผลให้ภรรยาทำงานนอกเกษตรลดลง การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่เกษตรกรผู้เป็นสามีและภรรยาต้องทำงานนอกเกษตร เพื่อนำรายได้นอกเกษตรมาใช้จ่ายในครอบครัวและการศึกษาบุตร แม้งานนอกเกษตรจะไม่มีผลต่อการ เกษตรในปัจจุบับแต่แนวโน้มในอนาคตจะมีบุตรหลานเกษตรกรทำงานภาคเกษตรลดลง เพราะไม่ได้รับการ สนับสนุนจากเกษตรกร เนื่องจากแรงงานนอกเกษตรของสามีและภรรยาส่วนใหญ่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ จึงมีผลิตภาพค่อนข้างต่ำ ดังนั้นจึงควรมีนโยบายทั้ง 2 ด้านในการยกระดับผลิตภาพการเกษตร ของพืชที่มีราคาสูง และพัฒนาฝีมือแรงงานนอกเกษตรโดยเฉพาะงานช่างก่อสร้างที่มีฝีมือ เช่น ช่างไม้ ทั้งนี้เพราะเมื่อผลิตภาพการเกษตรสูงขึ้นจะส่งผลให้ค่าจ้างเงาสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้น เกษตรกรจะสามารถจัดสรรแรงงานมาทำงานนอกเกษตรได้มากขึ้น และได้รับรายได้แท้จริงสูงขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ประทานทิพย์ กระมล . (2540). อุปทานแรงงานนอกฟาร์มของเกษตรกรคู่สามี-ภรรยา ในจังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประทานทิพย์ กระมล . 2540. "อุปทานแรงงานนอกฟาร์มของเกษตรกรคู่สามี-ภรรยา ในจังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประทานทิพย์ กระมล . "อุปทานแรงงานนอกฟาร์มของเกษตรกรคู่สามี-ภรรยา ในจังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ประทานทิพย์ กระมล . อุปทานแรงงานนอกฟาร์มของเกษตรกรคู่สามี-ภรรยา ในจังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
