| ชื่อเรื่อง | : | การสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการทำไร่หมุนเวียนของชุมชนเผ่ากะเหรี่ยง |
| นักวิจัย | : | ประเสริฐ ตระการศุภกร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5656 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ศึกษาการสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการระบบการทำไร่หมุนเวียนของ ชนเผ่ากะเหรี่ยง ครอบคลุมถึง ระบบคิด ความเชื่อ การจัดองค์กร วิธีการสืบทอด และเงื่อนไข แห่งการสืบทอดหมู่บ้านขุนวิน ห้วยหอย และทุ่งหลวงที่ต่างกันในอัตราของการทำไร่หมุนเวียน และการเปิดสู่ภายนอกถูกเลือกเป็นพื้นที่ศึกษา ทั้งสามชุมชนอยู่ติดกับเขตป่าต้นน้ำในระดับที่ ต่างกัน มีอายุการตั้งถิ่นฐานมากกว่า 100 ปี ได้พบความเชื่อพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์ทางการผลิตแบบไร่หมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ และสนุกสนาน ช่วยจัดระบบนิเวศเป็นป่าประเภทต่างๆ พบระบบภูมิปัญญาที่ช่วยสร้างความ หลากหลายทางชีวภาพทั้งในที่ทำกินและไร่ซาก หลักการอนุรักษ์ของระบบไร่หมุนเวียนอยู่ที่ ขั้นตอนของการเลือกพื้นที่ทำไร่แต่ละปีซึ่งมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดควบคุมอยู่ ขั้นตอนของการ ทำไร่หมุนเวียนคือ การเตรียมพื้นที่ปลูกพืช การปลูกพืชและบำรุงดิน การเก็บเกี่ยว แต่ละขั้น มีภูมิปัญญาเชิงอนุรักษ์และเทคโนโลยีพื้นบ้านเกื้อหนุนอยู่ ก่อให้เกิดระบบการพึ่งพาระหว่าง คนและธรรมชาติอย่างสมดุล กระบวนการของสืบทอดทำผ่านบุคคล กลุ่มคนและชุมชน ทั้งในกิจกรรมประจำวันและ พิธีกรรม ในรอบปีการผลิต และในวงจรชีวิต ลำนำเป็นรูปแบบสำคัญของการสืบทอด สร้าง สันทนาการและความสัมพันธ์ทางสังคม และมีกระบวนการแนวพัฒนาขององค์กรพัฒนาเอกชน เข้ามาเสริมแรง ให้ชุมชนพร้อมในการปะทะสังสรรค์กับวัฒนธรรมจากภายนอก และฟื้นฟู วัฒนธรรมของตนขึ้นมาใช้อย่างเหมาะสม สร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนสองวัฒนธรรม หลังจากการกระตุ้นให้มีการรื้อฟื้นวัฒนธรรมในทั้งสามหมู่บ้านแล้ว มีการพัฒนาหลักสูตร ท้องถิ่น ส่วนที่แตกต่างคือ ขุนวินอาศัยรูปแบบเดิมเป็นหลัก อีกสองชุมชนใช้รูปแบบที่ผสมผสาน ระหว่างเก่ากับใหม่ คนหนุ่มสาวบางคนเท่านั้นที่สามารถขับลำนำในพิธีกรรมสำคัญได้ คนวัย กลางคนส่วนหนึ่งกระตือรือล้นที่จะรื้อฟื้นวัฒนธรรม ขุนวินพึ่งตนเองสูงกว่าอีกสองชุมชน มีความ สัมพันธ์แบบเครือญาติ เชื่อในคุณค่าของธรรมชาติ ที่ห้วยหอยและทุ่งหลวงมีความสัมพันธ์ที่ ห่างเหิน แต่คนสูงอายุยังเชื่อในคุณค่าของธรรมชาติอยู่ ขุนวินมีการทำไร่หมุนเวียนอยู่เกือบ ทุกครอบครัว ที่ห้วยหอยยังมีอยู่บ้างแต่ไม่เต็มรูป ทุ่งหลวงเกือบไม่ทำไร่หมุนเวียนเลย ความ แตกต่างนี้อธิบายได้จากสามปัจจัย คือ การคมนาคม การรับเกษตรแผนใหม่ และความเชื่อทาง ศาสนา ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนของการสืบทอดได้แก่ องค์ความรู้ที่ใช้ระบบความเชื่อที่มี ร่วมกันระหว่างชนเผ่า การสืบทอดที่มีประสิทธิภาพ โครงสร้างความสัมพันธ์ทั้งในระดับครอบครัว เครือญาติ และชุมชนระบบไร่หมุนเวียนส่งเสริมการพึ่งตนเอง สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และความสมดุลระหว่างชุมชนกับธรรมชาติ เป็นแหล่งความรู้ของชุมชน และช่วยแก้ไขผลของการ ศึกษาและพัฒนาที่ขาดมิติทางด้านวัฒนธรรม การยอมรับจากรัฐเกิดจากการรณรงค์ของชาวบ้าน ที่เกิดความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและเครือข่าย การเสริมแรงทางด้านความคิดจากนักพัฒนา และนักวิชาการ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชนการศึกษาต้องเปิดเป็นเวทีสำหรับวัฒนธรรมต่างๆ ได้มาปฏิสัมพันธ์กัน รัฐควรตระหนักในศักยภาพของชุมชนบนที่สูงในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และศึกษา เชิงทดลองเพื่อขยายผลอันจะช่วยให้นโยบายการรักษาป่าของรัฐมีความยั่งยืน รัฐพึงปรับปรุง การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อสร้างคนสองวัฒนธรรม เพื่อเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพของสังคม สื่อมวลชนต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับการทำไร่หมุนเวียนที่ถูกต้องเพื่อเสนอภาพลักษณ์ของการทำเกษตร ของชุมชนบนที่สูงอย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริง |
| บรรณานุกรม | : |
ประเสริฐ ตระการศุภกร . (2540). การสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการทำไร่หมุนเวียนของชุมชนเผ่ากะเหรี่ยง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประเสริฐ ตระการศุภกร . 2540. "การสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการทำไร่หมุนเวียนของชุมชนเผ่ากะเหรี่ยง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประเสริฐ ตระการศุภกร . "การสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการทำไร่หมุนเวียนของชุมชนเผ่ากะเหรี่ยง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ประเสริฐ ตระการศุภกร . การสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการทำไร่หมุนเวียนของชุมชนเผ่ากะเหรี่ยง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
