ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาวิธี อะตอมมิก แอบซอพชัน สเปกโทรเมตรี แบบ กราไฟท์ เฟอร์เนส เพื่อวิเคราะห์ ปริมาณตะกั่วในเลือดของเด็กไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาวิธี อะตอมมิก แอบซอพชัน สเปกโทรเมตรี แบบ กราไฟท์ เฟอร์เนส เพื่อวิเคราะห์ ปริมาณตะกั่วในเลือดของเด็กไทย
นักวิจัย : กัญนาถ กิ่งจันทร์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5434
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิธีวิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเลือดที่นิยมใช้ปัจจุบันคือ graphite furnace atomic absorption spectrometry (GFAAS) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น GFAAS ที่มี deuterrium background correction การใช้ Zeeman background correction ยังมีผู้ใช้น้อย งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุ ประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาวิธี GFAAS ที่เป็น Zeeman background correction ให้ได้วิธีที่ มีความไว ความเที่ยงตรง ความแม่นยำ และให้ค่าที่แน่นอนเชื่อถื่อได้เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ ตะกั่วในเลือด และใช้วิธี GFAAS ที่พัฒนาได้นี้วิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเลือดของเด็กอายุ 6-72 เดือน ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง จำนวน 500 ราย เพื่อศึกษาถึงความชุก ของการปนเปื้อนตะกั่วในเด็กเหล่านี้ การวิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเลือดค่อนข้างยุ่งยากเนื่องจากมีตะกั่วปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม มากจึงต้องระมัดระวังตั้งแต่การเตรียมเครื่องมือและเครื่องแก้วที่ใช้จนถึงการเจาะเลือดจาก เด็กซึ่งจะทำได้ยากกว่าการเจาะเลือดจากผู้ใหญ่มาก และปริมาณเลือดที่เจาะได้ก็น้อย การวิจัย ครั้งนี้พบว่า อุณหภูมิระหว่าง 85-150 (+,ฏ)C ในเวลา 40 วินาที เป็นอุณหภูมิและเวลาที่ เหมาะสมสำหรับการเผาตัวอย่างเลือดให้แห้ง 550-800(+,ฏ)C ในเวลา 32 วินาที เหมาะสมสำหรับ การเผาตัวอย่างให้กลายเป็นเถ้า หลังจากนั้นจึงใช้อุณหภูมิสูงถึง 2200 (+,ฏ)C ในเวลา 3 วินาที สำหรับเปลี่ยนสภาพตะกั่วให้กลายเป็นเถ้า สำหรับเปลี่ยนสภาพตะกั่วในเลือดให้เป็น อะตอมอิสระ ซึ่งสามารถทำให้อ่าน peak ของตะกั่ว เพียง peak เดียวและมีการสูญเสียตะกั่ว น้อยที่สุดในระหว่างการเผาตัวอย่างเลือด การวิเคราะห์ตะกั่วใช้ pyrolytic coated partition graphite tube ใน GFAAS และ hollow cathode lamp สำหรับตะกั่วที่ 283.3 nm ใช้กระแสไฟฟ้า 5 mA ความกว้างของช่องแสงเข้าออก 0.5 nm ใช้ conventional method สร้างกราฟมาตรฐานแบบ pre-mix มี 20% NH(,4) H(,2) PO(,4) เป็น modifier และเลือดที่ทราบปริมาณตะกั่ว (BIO-RAD) ความเข้มข้น 3 ระดับเป็นเลือดที่ใช้ เป็นมาตรฐาน คือความเข้มข้น 9.2, 28.4 และ 56.1 (+,a)/dL วิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเลือดที่ ทราบปริมาณตะกั่วแน่นอนจาก 4 แหล่ง คือ เตรียมขึ้นเอง จากมหาวิทยาลัยมหิดล จากศูนย์วิทยาศาสตร์ การแพทย์ จังหวัดเชียงใหม่ และจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อทดสอบความไว ความ เที่ยงตรง และความแม่นยำของวิธีการวิเคราะห์ ผลการทดลองพบว่าวิธีวิเคราะห์ตะกั่วในเลือด ที่พัฒนาขึ้นนี้อ่านค่าดูดกลืนแสงของเลือดที่ทราบปริมาณตะกั่วที่ใช้เป็นมาตรฐาน 3 ความ เข้มข้นคือ 9.2, 28.4 และ 56.1(+,a)/dL ได้ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน 0.076(+,ฏ) 0.007, 0.199(+,ฏ) 0.010 และ 0.374(+,ฏ) 0.0134 ตามลำดับ และปริมาณตะกั่วในเลือดที่ทราบ ปริมาณตะกั่ว 4 ระดับคือ ระดับปกติ ต่ำกลาง และสูง เมื่อทำการวิเคราะห์ 20 ครั้งในเวลา 20 วัน (between-run) คำนวณได้ค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนของระดับตะกั่วทั้ง 20 ครั้งได้ ร้อยละ 8.88, 8.71, 6.26 และ 5.11 ตามลำดับ และเมื่อทำการวิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเลือดระดับต่ำ และสูงอย่างละ 10 ครั้งในวันเดียวกัน (within-run) คำนวณได้ค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปวนเป็น ร้อยละ 3.56 และ 3.03 ส่วนปริมาณตะกั่วที่วัดจากเลือดที่ทราบปริมาณตะกั่วจากมหาวิทยาลัย มหิดล และจาก BIO-RAD จำนวน 10 ตัวอย่าง ได้ค่าใกล้เคียงกับค่าเป้าหมายมาก ผลการวิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเลือของเด็กอายุระหว่าง 6-72 เดือน ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด เขียงใหม่ ลำพูน ลำปาง จำนวน 500 ราย พบว่าค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานของระดับตะกั่ว ในเลือดเด็กเป็น 4.52(+,ฏ)3.30 (+,m)/dL มีเด็กที่มีปริมาณตะกั่วมากกว่า 10 (+,a)/dL จำนวน 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.8 โดยมีปริมาณตะกั่วมากกว่า 20(+,a)/dL จำนวน 2 ราย แบ่ง เป็นเด็กชาย 1 ราย และเป็นเด็กหญิง 1 ราย เด็กทั้ง 14 รายที่มีปริมาณตะกั่วในเลือดสูงเป็น เด็กอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่

บรรณานุกรม :
กัญนาถ กิ่งจันทร์ . (2540). การพัฒนาวิธี อะตอมมิก แอบซอพชัน สเปกโทรเมตรี แบบ กราไฟท์ เฟอร์เนส เพื่อวิเคราะห์ ปริมาณตะกั่วในเลือดของเด็กไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กัญนาถ กิ่งจันทร์ . 2540. "การพัฒนาวิธี อะตอมมิก แอบซอพชัน สเปกโทรเมตรี แบบ กราไฟท์ เฟอร์เนส เพื่อวิเคราะห์ ปริมาณตะกั่วในเลือดของเด็กไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กัญนาถ กิ่งจันทร์ . "การพัฒนาวิธี อะตอมมิก แอบซอพชัน สเปกโทรเมตรี แบบ กราไฟท์ เฟอร์เนส เพื่อวิเคราะห์ ปริมาณตะกั่วในเลือดของเด็กไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
กัญนาถ กิ่งจันทร์ . การพัฒนาวิธี อะตอมมิก แอบซอพชัน สเปกโทรเมตรี แบบ กราไฟท์ เฟอร์เนส เพื่อวิเคราะห์ ปริมาณตะกั่วในเลือดของเด็กไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.