| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการจูงใจในการล้างมือต่อความรู้และพฤติกรรมการล้างมือของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในแผนก สูติกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | วิไลวรรณ จงรักษ์สัตย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5389 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความรู้ และพฤติกรรมการล้างมือของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในแผนกสูติกรรมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ก่อน และหลังได้รับการจูงใจระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 15 ธันวาคม พ.ศ. 2539 จำนวน 16 คน เก็บ รวบรวมข้อมูลโดยการสังเกตการล้างมือของพยาบาลแบบมีส่วนร่วม การสนทนากลุ่มและการใช้แบบสอบถาม เพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วไป ความรู้เกี่ยวกับหลักการล้างมือ วิเคราะห์ข้อมูลโดยข้อมูลทั่วไป นำมาแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน คะแนนความรู้ และคะแนนพฤติกรรม ก่อนและหลังได้รับการจูงใจวิเคราะห์ด้วยสถิติทดสอบอันดับของวิลคอกซอน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ภายหลังได้รับการจูงใจในการล้างมือโดยการให้ความรู้และการจัด อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการล้างมือ พบว่าพยาบาลมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เป็นรายด้านเพิ่มขึ้น ทั้ง 4 ด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ด้านหลักการทั่ว ไปมีคะแนนเฉลี่ย เพิ่มขึ้นจาก 4.7 เป็น 5.6 คะแนน ด้านการล้างมือแบบธรรมดามีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2.6 เป็น 3.8 คะแนน ด้านการล้างมือเพื่อทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมีคะแนนเฉลี่ย เพิ่มขึ้นจาก 3.5 เป็น 4.8 คะแนน และด้านอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกในการล้างมือมีคะแนน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 1.3 เป็น 2.2 คะแนน เมื่อพิจารณาคะแนนความรู้เป็นรายบุคคลพบว่ามี คะแนน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 12.1 เป็น 16.4 คะแนนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนคะแนน พฤติกรรมการล้างมือ พบว่าก่อนทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำก่อนและหลังได้รับการจูงใจไม่มี ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแต่หลังทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำภายหลังได้รับการ จูงใจมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 9.1 เป็น 13.3 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนี้ก่อนทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงภายหลังได้รับการจูงใจมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่ม ขึ้น 0.6 เป็น 6.7 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 หลังทำกิจกรรมที่มีความ เสี่ยงสูงภายหลังได้รับการจูงใจมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 8.9 เป็น 12.1 คะแนนอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อพิจารณาความถูกต้องของเทคนิคการล้างมือพบว่าก่อนทำกิจกรรม ที่มีความเสี่ยงต่ำก่อนและหลังได้รับการจูงใจไม่ปฏิบัติเลย ส่วนหลังทำกิจกรรมที่มีความต่ำ รวมทั้งก่อน และหลังทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง หลังได้รับการจูงใจปฏิบัติได้ถูกต้องเพิ่มขึ้น ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการจูงใจโดยให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการล้างมือ และการ จัดหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการล้างมือจะเป็นสิ่งสนับสนุนให้พยาบาลมีความรู้เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมการล้างมือเหมาะสม จึงควรให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการรณรงค์ให้ความรู้ เกี่ยวกับหลักการล้างมีอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการล้างมือไว้ ประจำทุกหอผู้ป่วย |
| บรรณานุกรม | : |
วิไลวรรณ จงรักษ์สัตย์ . (2540). ผลของการจูงใจในการล้างมือต่อความรู้และพฤติกรรมการล้างมือของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในแผนก สูติกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิไลวรรณ จงรักษ์สัตย์ . 2540. "ผลของการจูงใจในการล้างมือต่อความรู้และพฤติกรรมการล้างมือของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในแผนก สูติกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิไลวรรณ จงรักษ์สัตย์ . "ผลของการจูงใจในการล้างมือต่อความรู้และพฤติกรรมการล้างมือของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในแผนก สูติกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. วิไลวรรณ จงรักษ์สัตย์ . ผลของการจูงใจในการล้างมือต่อความรู้และพฤติกรรมการล้างมือของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในแผนก สูติกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
