| ชื่อเรื่อง | : | การพึ่งพิงร่วมและความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลวิชาชีพ |
| นักวิจัย | : | สมใจ ศิระกมล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5376 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาการพึ่งพิงร่วมและความเหนื่อยหน่ายของพยาบาล วิชาชีพ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานอยู่ใน ทุกงานการพยาบาล ประกอบด้วยหัวหน้าหอผู้ป่วยที่ปฏิบัติงานอยู่ในฝ่ายการพยาบาล จำนวน 88 คน และพยาบาลประจำการซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบการจัดชั้นภูมิ จำนวน 242 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินการพึ่งพิงร่วมของฟรีล (The Friel Co-dependency Assesment Iventory : FCAI) ซึ่งผู้วิจัยเป็นผู้แปลด้วยตนเอง โดยผ่าน การหาความตรงในการแปลด้วยวิธีการ back-translation technique มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 โดยการใช้สูตรการหาความเชื่อมั่นของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน (KR-20) และแบบวัดความเหนื่อย หน่ายของแมสแลช (The Maslach Burnout Inventory:MBI) ซึ่งได้รับการแปลโดย สิระยา สัมมวาจ (2532) มีค่าความเชื่อมั่นด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ ด้านการลดความเป็นบุคคลในผู้อื่น และ ด้านการลดความสำเร็จส่วนบุคคลเท่ากับ 0.88, 0.91 และ 0.72 ตามลำดับจากการวิเคราะห์ด้วย สูตรสัมประสิทธิแอลฟาของครอนบาค (Cronbachs coefficient alpha) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ โปรแกรม SPSS/PC+ สถิติที่ใช้ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการทดสอบค่าที ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า 1. หัวหน้าหอผู้ป่วยและพยาบาลประจำการ มีการพึ่งพิงร่วมอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (x=21.57, SD=8.75 และ X=27.43, SD=8.19 ตามลำดับ 2. หัวหน้าหอผู้ป่วยความเหนื่อยหน่าย ด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ ด้านการลดความเป็นบุคคล ในผู้อื่น และด้านการลดความสำเร็จส่วนบุคคลอยู่ในระดับต่ำทั้ง 3 ด้าน (X=14.44, SD=9.72 X=2.61, SD=3.89 และ X=10.55, SD=8.82 ตามลำดับ) ส่วนพยาบาลประจำการมีความเหนื่อยหน่าย ด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ในระดับปานกลาง ด้านการลดความเป็นบุคคลในผู้อื่น และด้านการลดความ สำเร็จส่วนบุคคลในระดับต่ำ (X=21.63, SD=11.42, X=4.41, SD=4.71 และ X=13.07, SD= 8.66 ตามลำดับ) 3. หัวหน้าหอผู้ป่วยและพยาบาลประจำการมีการพึ่งพิงร่วมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .001(t=5.64) โดยพยาบาลประจำการมีการพึ่งพิงร่วมสูงกว่าหัวหน้าหอผู้ป่วย และพบว่าหัวหน้าหอผู้ป่วยมีความเหนื่อยหน่ายด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ ด้านการลดความเป็น บุคคลในผู้อื่นและด้านการลดความสำเร็จส่วนบุคคล แตกต่างจากกลุ่มพยาบาลประจำการอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ .001, .001 และ .05 ตามลำดับ (t=5.25, 3.50 และ 2.33 ตามลำดับ) โดยพยาบาลประจำการมีความเหนื่อยหน่ายสูงกว่าหัวหน้าหอผู้ป่วยทั้ง 3 ด้าน 4. การพึ่งพิงร่วมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับความเหนื่อยหน่ายด้านความ อ่อนล้าทางอารมณ์ ทั้งในกลุ่มหัวหน้าหอผู้ป่วยและพยาบาลประจำการ (r=.49, p<.001 และ r= 47, p<.001 ตามลำดับ) และมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับความเหนื่อยหน่ายด้านการลดความ เป็นบุคคลในผู้อื่นทั้งสองกลุ่ม (r=.25, p<.01 และ r=.25, p<.001 ตามลำดับ) ส่วนความ สัมพันธ์ระหว่างการพึ่งพิงร่วมและความเหนื่อยหน่ายด้านการลดความสำเร็จส่วนบุคคล ในกลุ่ม หัวหน้าหอผู้ป่วยพบว่า ตัวแปรทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กัน ในกลุ่มพยาบาลประจำการพบว่ามีความ สัมพันธ์กันทางบวกในระดับต่ำ (r=.23, p<.001) |
| บรรณานุกรม | : |
สมใจ ศิระกมล . (2540). การพึ่งพิงร่วมและความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลวิชาชีพ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมใจ ศิระกมล . 2540. "การพึ่งพิงร่วมและความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลวิชาชีพ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมใจ ศิระกมล . "การพึ่งพิงร่วมและความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลวิชาชีพ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. สมใจ ศิระกมล . การพึ่งพิงร่วมและความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลวิชาชีพ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
