| ชื่อเรื่อง | : | การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | ณรงค์ บุญแก้ว |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5317 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงด้านข้อมูลพื้นฐานทั่วไป ด้านบุคคล เศรษฐกิจและสังคม ความต้องการ ปัญหา และข้อเสนอแนะของเกษตรกรที่ได้รับ จากการส่งเสริมอาชีพการเกษตรของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก เพื่อจะได้แนวทางในการ พัฒนาที่ถูกต้องและตรงกับความต้องการของเกษตรกร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ห้วยลึก ทั้งหมด 164 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ มัชฉิมเลขคณิต มัธยฐาน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง และเกษตรกรมีอายุเฉลี่ย 38.27 ปี การศึกษาส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จำนวนสมาชิกของครอบครัวเฉลี่ย 6.58 คน การถือครองพื้นที่ทำกินเฉลี่ยครอบครัวละ 5.8 ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่อพยพมาจากหลาก หลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านการได้รับการส่งเสริมอาชีพการเกษตร เกษตรกรได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงเป็นส่วนใหญ่ และได้รับการส่งเสริมการปลูก พืชมากกว่าหนึ่งชนิด โดยการส่งเสริมอาชีพด้านการปลูกผักเมืองหนาวมากที่สุด ด้านข้อมูล ข่าวสารการเกษตร ได้รับจากเจ้าหน้าที่โครงการหลวงและจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นๆ ตามลำดับ แหล่งปัจจัยการผลิตได้รับจากโครงการหลวงและหาซื้อยาจากพ่อค้าทั่วไป ด้านรายได้ เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 29,932 บาทต่อครอบครัว ผลจากการส่งเสริมอาชีพทางการเกษตรของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึกในปี 2525 ถึงปี 2538 ในช่วงระยะเวลา 13 ปี พบการเปลี่ยนแปลงคือ เกษตรกรมีระดับการศึกษาจบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 เพิ่มมากขึ้น จากร้อยละ 23.18 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31.5 จำนวนสมาชิก ในครอบครัวยังเพิ่มขึ้นจากจำนวน 6 คน เป็น 6.58 คนต่อครอบครัว การถือครองพื้นที่ทำกิน มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นจาก 5.05 เป็น 5.85 ไร่ต่อครอบครัว แต่จำนวนผู้ไม่มีพื้นที่ทำกิน เป็นของตนเองเพิ่มขึ้น ปัจจัยการผลิตเกษตรกร ได้จากโครงการหลวงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเดิม จะได้การเก็บพันธุ์เองและซื้อจากพ่อค้า รายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากรายได้เดิม 6,172 บาทต่อปี เป็น 29,932 บาทต่อปีต่อครอบครัว ด้านการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและธรรมชาติ เกษตรกร มีระดับของการปฏิบัติกิจกรรมเชิงอนุรักษ์บ่อยครั้งมากขึ้น สำหรับความต้องการและข้อเสนอแนะ เกษตรกรมีความพึงพอใจในชนิดและพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ที่ทางโครงการหลวงนำมาแนะนำส่งเสริม เช่น เมล็ดพันธุ์พืชผัก พันธุ์ไม้ดอก นอก จากนั้นเกษตรกรยังต้องการให้มีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ของเกษตรกร เพื่อประโยชน์ในการผลิต ตลอดทั้งความต้องการให้มีการจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น ต้องการให้มีการนำเทคนิค การผลิตมาฝึกอบรมเพิ่มความรู้และทักษะในการผลิต ปัจจัยการผลิตต้องการให้มีความพร้อมและ สม่ำเสมอเพียงพอกับความต้องการ ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เกษตรกรปฏิบัติกิจกรรมการปลูกต้นไม้ และเข้าร่วมประชุม ฝึกอบรมโครงการป่าชาวบ้านมากขึ้น การให้ความร่วมมือในการขุดลอกอ่างเก็บน้ำและลำเหมือง ยังมีการปฏิบัติน้อยปัญหาของเกษตรกรได้แก่ปัญหาเรื่องพื้นที่ทำกินไม่เพียงพอขาดน้ำอุปโภค บริโภคในช่วงฤดูแล้ง ขาดการจัดระบบการใช้น้ำจากการส่งน้ำธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ |
| บรรณานุกรม | : |
ณรงค์ บุญแก้ว . (2540). การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณรงค์ บุญแก้ว . 2540. "การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณรงค์ บุญแก้ว . "การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ณรงค์ บุญแก้ว . การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
