| ชื่อเรื่อง | : | อิทธิพลของรูปแบบการปลูกและวันปลูกต่อการเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวและข้าวไร่ ในระบบ พืชแซม |
| นักวิจัย | : | อนุชา ทองมี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5295 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาอิทธิพลของรูปแบบการปลูกและวันปลูกต่อการเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวและ ข้าวไร่ในระบบพืชแซม ได้ดำเนินการที่สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ คณะ เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม 2538 วางแผนการ ทดลองแบบ Split plot มี 3 ซ้ำ โดยมี วันปลูกถั่วเขียว 2 ครั้ง คือ ปลูกพร้อมข้าวไร่ และ ปลูกหลังข้าวไร่ 14 วัน เป็น Main plot และให้รูปแบบการปลุกข้าวไร่สลับถั่วเขียว (จำนวน แถวของข้าวไร่ : จำนวนแถวของถั่วเขียว) 5 รูปแบบ คือ 4:3, 3:2, 2:2, 2:1 และ 1:1 เป็น Sub plot โดยในแต่ละซ้ำมีแปลงเปรียบเทียบของข้าวไร่และของถั่วเขียวที่ปลูกลำพัง อย่างเดียว โดยใช้ข้าวไร่พันธุ์ อาร์ 258 และถั่วเขียวพันธุ์ กำแพงแสน 1 ผลการทดลองพบว่า รูปแบบการปลูกที่แตกต่างกันไม่มีผลทำให้ผลผลิตของข้าวไร่แตกต่างกัน ในทางสถิติ ผลผลิตเฉลี่ยของข้าวไร่อยู่ระหว่าง 275-331 กก.ต่อไร่ รูปแบบการปลูก 1:1 ให้ ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุดคือ 331 กก.ต่อไร่ ส่วนรูปแบบการปลูก 4:3 ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่ำสุดคือ 275 กก.ต่อไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับผลผลิตของข้าวไร่ที่ปลูกเดี่ยวพบว่า ข้าวไร่ที่ปลูกเดี่ยวจะ ให้ผลผลิตมากกว่าข้าวไร่ที่มีแถวของถั่วเขียวแซมอยู่ซึ่งการปลูกข้าวไร่เพียงอย่างเดียวพบว่า ข้าวไร่ที่ปลูกเดี่ยวจะให้ผลผลิตมากกว่าข้าวไร่ที่มีแถวของถั่วเขียวแซมอยู่ซึ่งการปลูก ข้าวไร่เพียงอย่างเดียวให้ผลผลิตเฉลี่ยเท่ากับ 365 กก.ต่อไร่ สำหรับผลผลิตของถั่วเขียว จะพบว่า รูปแบบการปลูกต่างกันจะทำให้ผลผลิตของถั่วเขียวมีความแตกต่างกันทางสถิติ อย่างมีนัยสำคัญ คือรูปแบบการปลูก 1:1 และ 2:2 จะให้ผลผลิตของถั่วเขียวเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 73 และ 71 กก.ต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนในรูปแบบการปลูก 2:1 ผลผลิตของถั่วเขียวต่ำสุดเท่ากับ 50 กก.ต่อไร่ ผลผลิตของถั่วเขียวที่ปลูกแซมร่วมกับข้าวไร่จะลดลงมากเมื่อเทียบกับการปลูก ถั่วเขียวเพียงอย่างเดียว โดยการปลูกถั่วเขียวเดี่ยวให้ผลผลิต 147 กก.ต่อไร่ ส่วนวันปลูก ไม่ทำให้ผลผลิตของข้าวไร่และถั่วเขียวมีความแตกต่างกันทางสถิติแต่จะพบว่า การปลูกถั่ว เขียวหลังข้าวไร่ 14 วันจะมีแนวโน้มทำให้ผลผลิตของข้าวไร่และถั่วเขียวลดลงมากกว่าวัน ปลูกถั่วเขียวพร้อมข้าวไร่ เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพของการใช้ที่ดินในรูป Land Equivalent Ratio (LER) พบว่า การปลูกถั่วเขียวแซมระหว่างแถวของข้าวไร่ในรูปแบบต่างๆ ทำให้ ประสิทธิภาพการใช้ที่ดินสูงกว่าการปลูกข้าวไร่หรือถั่วเขียวเพียงอย่างเดียว โดยจะให้ค่า LER อยู่ระหว่าง 1.03-1.48 (ขึ้นอยู่กับวันปลูกถั่วเขียว) โดยในรูปแบบการปลูก 1:1 เมื่อ ปลูกถั่วเขียวพร้อมข้าวไร่จะให้ค่า LER สูงสุด ส่วนองค์ประกอบผลผลิตคือ จำนวนเมล็ดต่อ รวงของข้าวไร่ และจำนวนฝักต่อต้นของถั่วเขียวจะมีความแตกต่างกันทางสถิติโดยพบว่า จำนวนเมล็ดต่อรวงของข้าวไร่สูงสุด (75 เมล็ด) ในรูปแบบการปลูก 1:1 และจำนวนฝัก ต่อต้นของถั่วเขียวสูงสุด (28 ฝักต่อต้น) ในรูปแบบการปลูก 4:3 ซึ่งองค์ประกอบผลผลิต ของพืชทั้งสองนี้จะสูงสุดเมื่อปลูกถั่วเขียวพร้อมข้าวไร่ แต่อย่างไรก็ตามผลผลิตของข้าวไร่ และถั่วเขียวที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความหนาแน่นของพืชทั้งสองที่ต่างกัน |
| บรรณานุกรม | : |
อนุชา ทองมี . (2540). อิทธิพลของรูปแบบการปลูกและวันปลูกต่อการเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวและข้าวไร่ ในระบบ พืชแซม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนุชา ทองมี . 2540. "อิทธิพลของรูปแบบการปลูกและวันปลูกต่อการเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวและข้าวไร่ ในระบบ พืชแซม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนุชา ทองมี . "อิทธิพลของรูปแบบการปลูกและวันปลูกต่อการเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวและข้าวไร่ ในระบบ พืชแซม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. อนุชา ทองมี . อิทธิพลของรูปแบบการปลูกและวันปลูกต่อการเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวและข้าวไร่ ในระบบ พืชแซม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
