ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความแตกต่างของโครงสร้างเมล็ดที่มีผลต่อความเสื่อมของพันธุกรรมความต้านทานการเข้าทำลาย ของเชื้อรา Aspergillus flavus ในถั่งลิสง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความแตกต่างของโครงสร้างเมล็ดที่มีผลต่อความเสื่อมของพันธุกรรมความต้านทานการเข้าทำลาย ของเชื้อรา Aspergillus flavus ในถั่งลิสง
นักวิจัย : แสงทิวา สุริยงค์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5290
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จากการทดลองที่ผ่านมาดำเนินและภพพร (2537) พบว่าในช่วงของการเก็บรักษาเมล็ดถั่ว ลิสงนั้น พันธุกรรมความต้านทานในเมล็ดไม่สามารถยับยั้งการเข้าทำลายของเชื้อรา A flavus ได้ในทางตรงข้ามกลับแสดงความต้านทานต่อเชื้อราได้ดีในสภาพแปลงปลูก ดังนั้นแนวโน้มของการ เสื่อมความต้านทานของพันธุกรรมดังกล่าว น่าจะเกี่ยวกับลักษณะของเมล็ดโดยตรง ดังนั้น วิทยานิพนธ์นี้จึงทำการทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ของการเข้าทำลายของเชื้อราดังกล่าวกับ ความแตกต่างของโครงสร้างของเปลือกหุ้มเมล็ดถั่วลิสง 6 สายพันธุ์ที่มีระดับความต้านทานต่างๆ กัน โดยนำถั่วลิสง 6 สายพันธุ์ดังกล่าวลดความชื้นให้ต่ำกว่า 10 เปอร์เซนต์ และวัดความหนา ของเปลือกหุ้มเมล็ด หลังจากนั้นเก็บไว้ในสภาพปิดสนิทเป็นเวลานาน 6 เดือน โดยทุกๆ เดือน นำเมล็ดมาปลูกเชื้อบนเมล็ดด้วยสารแขวนลอยสปอร์ของเชื้อรา A.flavus ทำการประเมินความ ต้านทานของถั่วลิสง โดยวัดระดับคะแนนการติดสีแดงในส่วนที่มีเอนไซม์ dehydrogenase การ เปลี่ยนแปลงอาหารเชื้อราในที่นี้คือปริมาณคาร์โบไฮเดรตของเมล็ด รวมถึงลักษณะการเข้าทำลาย ของเชื้อราบนเปลือกหุ้มเมล็ด เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ปลูกเชื้อรา จากการศึกษาพบว่า ความหนาของเปลือกหุ้มเมล็ดกับความต้านทานต่อเชื้อของถั่วลิสง นั้นไม่มีสหสัมพันธ์กันแต่อย่างใดในทุกเดือนของการทดสอบ แต่อย่างไรก็ตามจากการศึกษาลักษณะ การเข้าทำลายของเชื้อจากการบันทึกภาพพบว่า สายพันธุ์ต้านทาน (CMU collection 1 และ J11) แสดงลักษณะโครงสร้างของเปลือกที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้ว่าจะได้รับการปลูกเชื้อ ตรงข้ามกับพันธุ์ ที่ไม่ต้านทาน (RCM 387 และ ไทนาน 9) ซึ่งโครงสร้างของเปลือกหุ้มเมล็ดแสดงลักษณะ การถูกทำลาย จากภาพถ่ายหน้าตัดตามขวางของเปลือกหุ้มเมล็ดพบลักษณะที่อาจจะเป็น cellular defense structure ในพันธุ์ที่ต้านทานสำหรับการเก็บรักษาเมล็ดความชื้น 10 เปอร์เซนต์เป็นเวลา 6 เดือนนั้น สามารถช่วยลดความเสียหายของเมล็ดจากการเข้าทำลาย ของเชื้อ กล่าวคือ พันธุ์ที่ได้ทดสอบความสามารถรักษาความต้านทานต่อการเข้าทำลายได้ (มีเปอร์เซนต์เมล็ดที่ติดเชื้อโดยเฉลี่ย 0.00 ในเดือนที่ 1 และ 15.75 เปอร์เซนต์ ใน เดือนที่ 6) และยังคงรักษาความมีชีวิตได้ตลอด 6 เดือนของการทดลอง และเป็นที่น่าสังเกตว่า องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดคือ คาร์โบไฮเดรตของสายพันธุ์ที่มีลักษณะของการเสื่อมทาง พันธุกรรม (RCM 387 และ Tainan 9) มีปริมาณสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ คือ 43.20 และ 42.94 เปอร์เซนต์ตามลำดับ ดังนั้นแสดงว่า เปลือกหุ้มเมล็ดไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ แต่อาจเนื่องมาจาก ปัจจัยอื่นๆ เช่น ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพอื่นๆ หรือองค์ประกอบทางเคมีของเมล็ด และสภาพการเก็บรักษา

บรรณานุกรม :
แสงทิวา สุริยงค์ . (2540). ความแตกต่างของโครงสร้างเมล็ดที่มีผลต่อความเสื่อมของพันธุกรรมความต้านทานการเข้าทำลาย ของเชื้อรา Aspergillus flavus ในถั่งลิสง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
แสงทิวา สุริยงค์ . 2540. "ความแตกต่างของโครงสร้างเมล็ดที่มีผลต่อความเสื่อมของพันธุกรรมความต้านทานการเข้าทำลาย ของเชื้อรา Aspergillus flavus ในถั่งลิสง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
แสงทิวา สุริยงค์ . "ความแตกต่างของโครงสร้างเมล็ดที่มีผลต่อความเสื่อมของพันธุกรรมความต้านทานการเข้าทำลาย ของเชื้อรา Aspergillus flavus ในถั่งลิสง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
แสงทิวา สุริยงค์ . ความแตกต่างของโครงสร้างเมล็ดที่มีผลต่อความเสื่อมของพันธุกรรมความต้านทานการเข้าทำลาย ของเชื้อรา Aspergillus flavus ในถั่งลิสง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.