| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิภาพของสายพันธุ์ไรโซเบียมในการตรึงไนโตรเจนและการปรับปรุงผลผลิตของถั่วแดง หลวงและถั่วเนวีในพื้นที่สูงของภาคเหนือ |
| นักวิจัย | : | ปิยะพงษ์ บุญสรรค์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5285 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาประสิทธิภาพของสายพันธุ์ของเชื้อไรโซเบียมในการตรึงไนโตรเจนและการเพิ่ม ผลผลิตของถั่วแดงหลวงและถั่วเนวีที่ปลูกในพื้นที่สูงของภาคเหนือ ดำเนินการโดยปลูกถั่วแดง หลวงพันธุ์หมอกจ๋ามและสายพันธุ์ MKS 8 และถั่วเนวี ในแปลงทดลองสถานีเกษตรหลวงปางดะ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อยซึ่งมีลักษณะดินและสภาพแวดล้อมต่างกัน การทดลองสำหรับถั่ว แต่ละพันธุ์ในพื้นที่ทั้งสองแห่งใช้แผนการทดลองแบบ randomized block design มี 4 ซ้ำ และ 5 ตำรับการทดลองซึ่งประกอบด้วยตำรับ control ที่ไม่มีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนและเขื้อไร โซเบียม (control) การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตรา 8 กก.N/ไร่ และการใส่เชื้อไรโซเบียม สายพันธุ์หรือ isolate ต่างๆ 3 ตำรับ สำหรับถั่วพันธุ์หมอกจ๋าม ใช้เชื้อไรโซเบียมสายพันธุ์ CIAT 899 UMR 1899 และ isolate KN6 ซึ่งเป็นไรโซเบียมพื้นเมือง ส่วนถั่วสายพันธุ์ MKS 8 ใช้เชื้อไรโซเบียมสายพันธุ์ CIAT 899 TAL 182 และ isolate พื้นเมือง 6/1 และถั่วเนวี ใช้เชื้อสายพันธุ์ CIAT 899 TAL 182 และ isolate KN 6 ผลการทดลองพบว่าในตำรับ control เชื้อไรโซเบียมที่อยู่ในดินตามธรรมชาติทำให้ปริมาณ ไนโตรเจนที่ได้จากการตรึงของถั่วแดงหลวงทั้ง 2 พันธุ์ ณ สถานีเกษตรหลวงปางดะมีปริมาณ 15 กก.N/ไร่ ส่วนที่ศูนย์ฯ แกน้อย มีประมาณ 11 กก.N/ไร่ สำหรับถั่วเนวีมีปริมาณไนโตรเจนที่ได้ จากการตรึงประมาณ 12 กก.N/ไร่ทั้งสองพื้นที่ ณ สถานีเกษตรหลวงปางดะ เปอร์เซนต์ไนโตรเจน ที่ได้จากการตรึงของถั่วเนวี และถั่วแดงหลวงพันธุ์ MKS 8 และพันธุ์หมอกจ๋ามมีประมาณ 70, 62 และ 59% ของปริมาณการสะสมไนโตรเจนทั้งหมดตลอดฤดูปลูกตามลำดับ ส่วนที่ศูนย์ฯ แกน้อยเปอร์เซนต์ไนโตรเจนที่ได้จากการตรึงของถั่วทั้ง 3 พันธุ์ใกล้เคียงกันคือประมาณ 43-44% การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนไม่มีผลทำให้ถั่วเนวีมีน้ำหนักแห้งและการสะสมไนโตรเจนของส่วน ที่อยู่เหนือดินตลอดจนผลผลิตเมล็ดแตกต่างจาก control ทั้งสองพื้นที่ (P>0.05) แต่ทำให้ ดัชนียูรีไอด์สัมพัทธ์ของน้ำเลี้ยงจากตอรากถั่วที่ปลูก ณ สถานีเกษตรหลวงปางดะที่ระยะ R(,4) ลดลง (P<0.01) และยังทำให้เปอร์เซนต์ไนโตรเจนที่ได้จากการตรึงมีเพียง 34% ซึ่งแตกต่าง จาก control อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับถั่วพันธุ์หมอกจ๋ามไม่ตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ในแง่ของการให้น้ำหนักแห้งของส่วนที่อยู่เหนือดิน ผลผลิตเมล็ดตลอดจนปริมาณและเปอร์เซนต์ ไนโตรเจนที่ได้จากการตรึงอย่างมีนัยสำคัญทั้ง 2 พื้นที่ แต่การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทำให้ถั่ว พันธุ์นี้ที่ปลูก ณ ศูนย์ฯ แกน้อย มีการสะสมไนโตรเจนเพิ่มขึ้นที่ระยะ R(,1) (P<0.01) และ ทำให้ดัชนียูรีไอด์สัมพัทธ์ที่ระยะ R(,6) ของถั่วที่ปลูก ณ สถานีเกษตรหลวงปางดะลดลง (P<0.01) สำหรับถั่วสายพันธุ์ MKS 8 ที่ปลูก ณ สถานีเกษตรหลวงปางดะมีน้ำหนักแห้ง ของปมที่ระยะ R(,1) (P>0.01) และดัชนียูรีไอด์สัมพัทธ์ลดลงโดยเฉพาะ R(,4) และ R(,6) (P<0.01) เมื่อมีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน แต่ผลผลิตกลับเพิ่มขึ้น 31% (P>0.01) เมื่อเปรียบเทียบกับ control ที่ศูนย์ฯ แกน้อยการตอบสนองของถั่วพันธุ์นี้ต่อการใส่ปุ๋ย ไนโตรเจนไม่มีนัยสำคัญในทางสถิติในทุกๆ ด้าน การใส่เชื้อไรโซเบียมทุกตำรับไม่ทำให้ถั่วแดงหลวงพันธุ์หมอกจ๋ามมีน้ำหนักแห้ง และ การสะสมไนโตรเจนของส่วนที่อยู่เหนือดิน ผลผลิตตลอดจนปริมาณและเปอร์เซนต์ไนโตรเจน ที่ได้จากการตรึงสูงกว่า control อย่างมีนัยสำคัญทั้ง 2 พื้นที่ แม้ว่าการใส่เชื้อทำให้ ถั่วพันธุ์นี้มีน้ำหนักแห้งของปมเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ศูนย์ฯ แกน้อยการใส่เชื้อ KN 6 ซึ่งทำให้ ถั่วพันธุ์นี้มีน้ำหนักแห้งปมมากกว่า control อย่างมีนัยสำคัญ และการให้ CIAT 899 ทำให้ ดัชนี ยูรีไอด์สัมพัทธ์เพิ่มขึ้น (P<0.01) สำหรับถั่วพันธุ์ MKS 8 ที่ปลูก ณ สถานีเกษตร หลวงปางดะไม่ตอบสนองต่อการใส่เชื้อไรโซเบียมจากตำรับอย่างมีนัยสำคัญในทุกๆ ด้านยกเว้น ดัชนียูรีไอด์สัมพัทธ์ที่ระยะ V(,4) ซึ่งพบว่าการใส่สายพันธุ์ TAL 182 ทำให้ดัชนียูรีไอด์ สัมพัทธ์เพิ่มขึ้น (P>0.01) แต่ที่ศูนย์ฯ แกน้อยการใส่เชื้อไรโซเบียมสายพันธ์ CIAT 899 และ TAL 182 ทำให้น้ำหนักแห้งของปมที่ระยะ V(,4) มากกว่า control (P<0.01) และการใส่สายพันธุ์ CIAT 899 ทำให้เปอร์เซนต์ไนโตรเจนที่ได้จากการตรึงตลอดฤดูปลูก เพิ่มขึ้น 28% (P>0.01) แต่ในด้านผลผลิตและปริมาณไนโตรเจนที่ได้จากการตรึงตำรับ ที่ใส่เชื้อไรโซเบียมทุกตำรับไม่แตกต่างจาก control ส่วนถั่วเนวีไม่มีการตอบสนองต่อ การใส่เชื้อไรโซเบียมทุกตำรับในทุกๆ ด้านทั้งสองพื้นที่ ยกเว้นในด้านการเกิดปมซึ่งพบ ว่าการใส่เชื้อไรโซเบียมทุกตำรับทำให้ถั่วเนวีที่สถานีเกษตรหลวงปางดะมีน้ำหนักแห้งของ ปมเพิ่มขึ้น (P<0.01) และที่ศูนย์ฯ แกน้อย พบว่าการใส่เชื้อไรโซเบียมทุกตำรับไม่แตกต่างกัน (P>0.01) แต่การใส่สายพันธุ์ TAL 182 และ KN 6 ให้น้ำหนักแห้งของปมมากกว่า control (P>0.05) |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะพงษ์ บุญสรรค์ . (2540). ประสิทธิภาพของสายพันธุ์ไรโซเบียมในการตรึงไนโตรเจนและการปรับปรุงผลผลิตของถั่วแดง หลวงและถั่วเนวีในพื้นที่สูงของภาคเหนือ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะพงษ์ บุญสรรค์ . 2540. "ประสิทธิภาพของสายพันธุ์ไรโซเบียมในการตรึงไนโตรเจนและการปรับปรุงผลผลิตของถั่วแดง หลวงและถั่วเนวีในพื้นที่สูงของภาคเหนือ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะพงษ์ บุญสรรค์ . "ประสิทธิภาพของสายพันธุ์ไรโซเบียมในการตรึงไนโตรเจนและการปรับปรุงผลผลิตของถั่วแดง หลวงและถั่วเนวีในพื้นที่สูงของภาคเหนือ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ปิยะพงษ์ บุญสรรค์ . ประสิทธิภาพของสายพันธุ์ไรโซเบียมในการตรึงไนโตรเจนและการปรับปรุงผลผลิตของถั่วแดง หลวงและถั่วเนวีในพื้นที่สูงของภาคเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
