| ชื่อเรื่อง | : | ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของปริมาณน้ำฝนเพื่อใช้ในแบบจำลองการเจริญเติบโตของพืช |
| นักวิจัย | : | จุไรพร แก้วทิพย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5284 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของปริมาณน้ำฝน เพื่อนำไป ใช้ประโยชน์ในทางเกษตร โดยเฉพาะเป็นข้อมูลนำเข้าในแบบจำลองข้าว CERES-Rice ข้อมูล ที่ใช้ในการศึกษาเป็นข้อมูลน้ำฝนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงจำนวน 201 สถานี โดยมีการบันทึกข้อมูลเป็นระยะเวลา 6-46 ปี เนื่องจากข้อมูลปริมาณน้ำฝน ได้รวบรวมมาจาก แหล่งข้อมูลที่แตกต่างกันจึงมีความแตกต่างกันทั้งในรูปแบบการบันทึกข้อมูลและโครงสร้าง ข้อมูล ดังนั้นจึงต้องมีการนำเข้าเป็นรูปแบบเดียวกันพร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ในรูปแบบของกราฟ รวมถึงการหาค่าทางสถิติเชิงพรรณนาเป็นรายเดือนและรายปี จากนั้น จึงจัดรูปแบบข้อมูลให้สามารถนำไปวิเคราะห์ได้กับชุดโปรแกรมย่อยวิเคราะห์ภูมิอากาศ (Weather GENerator) ของระบบสนับสนุนการตัดสินใจเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร (Decision support System for Agrotechnology Transfer, DSSAT) ซึ่งมีแบบจำลองข้าว CERES-Rice เป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบข้อจำกัดของการนำข้อมูลน้ำฝนและภูมิอากาศไปใช้ในแบบ จำลองพืชของระบบ DSSAT คือแฟ้มข้อมูลภูมิอากาศเป็นแฟ้มข้อมูลเฉพาะสถานีอุตุนิยมวิทยา ซึ่ง ไม่สามารถระบุเขตภูมิอากาศที่ข้อมูลเป็นตัวแทนได้อย่างแน่ชัด ถ้าพื้นที่เป้าหมายอยู่ระหว่าง สถานีอุตุนิยมวิทยาหลายสถานี ผู้ใช้ต้องตัดสินใจว่าจะใช้ข้อมูลของสถานีใดเอง จึงทำให้ ข้อมูลภูมิอากาศที่นำไปใช้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ณ บริเวณเป้าหมาย การศึกษานี้ได้ พัฒนาฐานข้อมูลน้ำฝนเชิงพื้นที่โดยเก็บเป็นชั้นข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System, GIS) เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล และความ เหมาะสมในการเรียกใช้ จึงได้เก็บชั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเฉลี่ยรายเดือน ผู้ใช้สามารถ เลือกพื้นที่เป้าหมาย ณ บริเวณใดๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ และเรียกใช้ข้อมูลปริมาณน้ำฝน เฉลี่ยรายเดือน (Rain TOTal, RTOT) และจำนวนวันที่มีฝนตกเฉลี่ย (Rain NUMber, RNUM) พร้อมทั้งนำข้อมูลน้ำฝนรายวันซึ่งสร้างขึ้นใหม่รายสถานีไปใช้ร่วมกับแบบจำลองพืชได้ วิธีการดังกล่าวเริ่มจากนำเข้าข้อมูลน้ำฝนรายวันในโปรแกรม DSSAT ในส่วนของการวิเคราะห์ ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ เพื่อหาค่าเฉ่ลี่ยน้ำฝนรายเดือนของแต่ละสถานี จากนั้นจึงศึกษาลักษณะการ กระจายตัวของฝนในเชิงเวลา เพื่อเปรียบเทียบว่าคล้ายคลึงกับข้อมูลที่โปรแกรมวิเคราะห์ ข้อมูลน้ำฝนในระบบ DSSAT ได้รับการพัฒนามาหรือไม่โดยเฉพาะลักษณะความสัมพันธ์ในเชิง สถิติของข้อมูลของวันที่มีฝนตก (fraction of wet day) และความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข (conditional probability) ของโอกาสที่ฝนจะตกถ้าวันก่อนหน้านี้ฝนไม่ตก P(W/D) ใน ขั้นตอนนี้ใช้วิธีวิเคราะห์เชิงถดถอย (regression analysis) เพื่อประเมินค่าสัมประสิทธิ์ ของสมการถดถอย พร้อมทั้งเปรียบเทียบผลการศึกษาที่ผู้พัฒนาวิธีการวิเคระห์น้ำฝนในระบบ DSSAT ได้รายงานไว้ (Geng et al., 1986) ผลการเปรียบเทียบพบว่าสัดส่วนของวันที่มี ฝนตกมีความสัมพันธ์กับค่า P(W/D) อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติในทุกสถานีวัดน้ำฝน (ค่า r(,2) อยู่ระหว่าง 0.943 ถึง 0.996) ค่าสัมประสิทธิ์ a ของสมการถดถอยอยู่ในช่วง -0.030 ถึง 0.015 และค่าสัมประสิทธิ์ b อยู่ในช่วง 0.546 และ 0.918 ซึ่งใกล้เคียงกับในรายงานของ Geng etal. (1986) แสดงให้เห็นว่าข้อมูลน้ำฝนที่ใช้ในกรณีศึกษานี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับที่ ใช้ในการพัฒนาวิธีการวิเคราะห์น้ำฝนในระบบ DSSAT ดังนั้นจึงสามารถใช้ข้อมูลน้ำฝน รายเดือนเฉลี่ยสร้างแฟ้มข้อมูลน้ำฝนรายวันขึ้นใหม่ได้การศึกษานี้ได้นำข้อมูลปริมาณน้ำฝน เฉลี่ยรายเดือนไปประมาณค่าต่อเนื่องเชิงพื้นที่โดย 3 วิธีการคือวิธีทีสเสน (Thiessen) วิธี ถ่วงน้ำหนักตามค่าระยะทางผกผัน (Inverse Distance Weighting, IDW) และวิธีคริจจิ้ง (Kriging) โดย 2 วิธีแรกใช้ชุดคำสั่งของระบบ GIS เพื่อประมาณค่าและแสดงผล สำหรับวิธี คริจจิ้งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลและประมาณค่าในโปรแกรมสถิติเชิงพื้นที่ชื่อ splus แล้ว นำมาแสดงผลในระบบ GIS เมื่อนำผลการประมาณค่าจากทั้ง 3 วิธีการมาเปรียบเทียบกันด้วยค่า Root Mean Square Error (RMSE) ของปริมาณน้ำฝนรายเดือนที่ได้จากการประมาณค่า ณ สถานีที่ทราบค่าปริมาณน้ำฝนจากการจดบันทึก พบว่าวิธีคริจจิ้งให้ผลการประมาณค่าที่ ใกล้เคียงกับที่จดบันทึกไว้เนื่องจากค่า RMSE ต่ำที่สุด ส่วนการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการ นำเข้าข้อมูลน้ำฝนในแบบจำลองพืชนั้น การศึกษานี้ได้ใช้กรณีศึกษาการจำลองผลผลิตข้าวเป็น ตัวอย่างโดยได้สร้างหน่วยแผนที่เพื่อการจำลองผลผลิตข้าว (Simulation Mapping Unit, SMU) ให้เป็นชั้นข้อมูลใน GIS โดยการวิเคราะห์เชิงซ้อนทับระหว่างพื้นที่เพาะปลูกข้าวกับกลุ่ม ชุดดิน เมื่อได้หน่วยแผนที่เพื่อการจำลองแล้วนำไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลปริมาณน้ำฝน เชิงพื้นที่ที่สร้างขึ้นโดยวิธีทีสเสนอย่างเดียวและวิธีคริจจิ้งผนวกกับเขตน้ำฝนที่ได้จาก วิธีทีสเสนเพื่อสร้างสถานีน้ำฝนเสมือน (Virtual Rainfall Station, VRS) สำหรับ เก็บข้อมูลน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือนเพื่อนำไปสร้างแฟ้มข้อมูลน้ำฝนรายวัน ผลการเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพในการนำเข้าข้อมูลน้ำฝนในแบบจำลองพืชของทั้งสองวิธีพบว่า วิธีคริจจิ้ง ที่ใช้เขตน้ำฝนทีสเสนจะให้จำนวนหน่วยแผนที่เพื่อการจำลองที่ไม่ซ้ำกัน (Unique Simulation Mapping Unit, USMU) เท่ากันกับวิธีทีสเสน จึงใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บและเวลาในการจำลอง ระบบพืชเท่ากับวิธีทีสเกน แต่มีข้อได้เปรียบที่สามารถให้รายละเอียดการกระจายของฝนใน เชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่องดีกว่าวิธีทีสเสน พร้อมทั้งสามารถสรุปเป็นค่าเฉลี่ยและค่าสถิติ อื่นๆ ซึ่งสามารถนำไปสร้างเป็นแฟ้มข้อมูลน้ำฝนรายวันซึ่งเป็นข้อมูลนำเข้าที่จำเป็นใน แบบจำลองพืชและใช้ประโยชน์ในการวางแผนการเกษตรได้ต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
จุไรพร แก้วทิพย์ . (2540). ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของปริมาณน้ำฝนเพื่อใช้ในแบบจำลองการเจริญเติบโตของพืช.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จุไรพร แก้วทิพย์ . 2540. "ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของปริมาณน้ำฝนเพื่อใช้ในแบบจำลองการเจริญเติบโตของพืช".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จุไรพร แก้วทิพย์ . "ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของปริมาณน้ำฝนเพื่อใช้ในแบบจำลองการเจริญเติบโตของพืช."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. จุไรพร แก้วทิพย์ . ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของปริมาณน้ำฝนเพื่อใช้ในแบบจำลองการเจริญเติบโตของพืช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
