| ชื่อเรื่อง | : | โครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงรากในระบบวนเกษตที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลัก |
| นักวิจัย | : | สายันต์ ตันพานิช |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5276 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การขาดแคลนแรงงาน การขาดแคลนฟืน และความนิยมในการบริโภคเมี่ยงลดลงทำให้เกษตร ผู้ปลูกชาเมี่ยงหันมาเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบวนเกษตรที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลัก เป็นระบบหนึ่งที่เกษตรกรบางรายได้ดำเนินการไปแล้ว การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ที่ดินบนพื้นที่ลาดชันของเกษตรกรผู้ปลูก ชาเมี่ยงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อตรวจวัดโครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงรากของเมี่ยง และไม้ยืนต้นบางชนิดในระบบวนเกษตรที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลักพร้อมทั้งตรวจวัดผลิตภาพ การศึกษาประกอบด้วยสองส่วนคือการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ทำเมี่ยงและการศึกษาแปลงชาเมี่ยง โดยได้ดำเนินการที่บ้านผาเด็ง ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ การสัมภาษณ์ได้เริ่ม ก่อนงานวิจัยในแปลงในเดือนเมษายน 2539 และการสัมภาษณ์กลุ่มเกษตรกรได้ดำเนินการอีกครั้ง ในเดือนกรกฎาคม 2540 ส่วนงานศึกษาในแปลงชาเมี่ยงได้ดำเนินการระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนธันวาคม 2539 จากการสัมภาษณ์พบว่าเกษตรกรผู้ทำเมี่ยงแบ่งได้เป็นสามกลุ่มคือ เกษตรกรผู้ปลูกเมี่ยงที่ มีพื้นที่เป็นของตนเอง เกษตรกรผู้เช่าพื้นที่ในการปลูกเมี่ยง และเกษตรกรผู้รับจ้างเก็บเกี่ยว เมี่ยง เกษตรกรผู้ปลูกเมี่ยงในบ้านผาเด็งกำลังอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ที่ดินโดยให้มีความหลากหลายมากขึ้นเช่นมีการปลูกเพิ่มไม้ผลชนิดต่างๆ และมะแขว่น แรงงานใน การเก็บเกี่ยวเมี่ยงและฟืนเป็นปัจจัยที่จะจำกัดการผลิตเมี่ยงในพื้นที่ในอนาคต แปลงวนเกษตรที่มีเมี่ยงเป็นพืชหลักที่มีระยะการพัฒนาที่แตกต่างกัน 3 ระยะได้ถูกคัดเลือก เป็นพื้นที่ตัวแทนในการศึกษาโครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงราก วิธีการสำหรับศึกษารากคือ เรขาคณิตของรากและโมเดลของการเกิดรากพร้อมทั้งเปรียบเทียบโครงสร้างทรงพุ่มของพืชทุก ชนิดและรากของพืชหลักรวมถึงการจัดวางของระบบรากในแปลงตัวอย่างที่แตกต่างกัน 3 ระยะ การศึกษาปฏิกิริยาสัมพันธ์เชิงพื้นที่ของทรงพุ่มได้ใช้ IDRISI ซึ่งเป็นซอฟแวร์ทางสารสนเทศ ทางภูมิศาสตร์ชนิดราสเตอร์ การศึกษาผลิตภาพและผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ได้ใช้อัตราส่วน ของผลประโยชน์ต่อต้นทุนพร้อมทั้งเปรียบเทียบมูลค่าตอบแทนปัจจุบันสุทธิของทั้งสามแปลงตัวอย่าง มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งในฟาร์ม ผลจากการประเมินทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าในแปลงตัวอย่างระยะที่ให้ผลผลิตเต็มที่และระยะกลางให้ผลตอบแทนทางการเงินในระดับ สูงและเท่าเทียมกันแต่ดีกว่าแปลงระยะเริ่มต้นมาก อย่างไรก็ตามทุกแปลงตัวอย่างในปีที่ทำการ ศึกษามีอัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อต้นทุนมากกว่าหนึ่ง มะแขว่นจัดได้ว่าเป็นพืชที่เหมาะสำหรับระบบวนเกษตรที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลักโดยการใช้ ข้อวินิจฉัยทางส่วนเหนือดิน รากของมะแขว่นแผ่ขยายไปได้ไกล มีความสามารถในการแก่งแย่ง ธาตุอาหารและน้ำสูงและต้องการธาตุคาร์บอนในการบำรุงรักษารากมาก มะม่วงที่ปลูกจากกิ่งตอน และส้มโอมีความเหมาะสมต่อระบบวนเกษตรที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลักมากกว่าบ๊วย มะม่วงที่ปลูก จากเมล็ดและขนุนโดยการใช้ข้อวินิจฉัยทางส่วนเหนือดิน อย่างไรก็ตามมะม่วงที่ปลูกจากกิ่งตอน มีทรงพุ่มที่กว้างกว่าแต่มีความลึกของทรงพุ่มน้อยกว่าส้มโอทั้งสองพืชยังมีระบบรากที่ใกล้ เคียงกันมากแต่ระบบรากของส้มโอแทรกตัวอยู่ระดับผิวดินซึ่งรากของมะม่วงแทรกตัวอยู่ ระดับที่ลึกกว่า มะม่วงที่ใช้วิธีขยายพันธุ์ที่แตกต่างกันจะมีลักษณะต่างกันทั้งโครงสร้าง ทรงพุ่มและรูปทรงราก มะม่วงที่ปลูกโดยวิธีการเพาะเมล็ดจะมีความสูงและทรงพุ่มขนาดใหญ่ กว่าและมีระบบรากที่มีความสามารถดูดซึมธาตุอาหารสูงกว่า มีระบบรากที่แผ่ขยายไปได้ไกลกว่า และต้องการธาตุคาร์บอนสูงกว่ามะม่วงที่ปลูกจากกิ่งตอน ทรงพุ่มของมะม่วงเมื่อปลูกที่ระยะห่าง 4 เมตร จะแผ่ขยายถึงกันเมื่ออายุ 9 ปี น้ำหนักแห้งของรากมะม่วงจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุ ของมะม่วงเพิ่มขึ้นโดยขนาดของรากจะเพิ่มขึ้นเมื่อมะม่วงมีอายุมากขึ้นจนกระทั่งถึงอายุ 8 ปี มะม่วงเมื่อปลูกด้วยระยะที่ห่างกว่าจะมีน้ำหนักแห้งของรากที่มากกว่า เมี่ยงที่ปลูกเดี่ยวๆ จะมีระบบรากที่มีความสามารถในการดูดซึมธาตุอาหารมากกว่า รากแผ่ขยายไปได้ไกลกว่า และต้องการธาตุคาร์บอนในการบำรุงรักษารากสูงกว่าเมี่ยงที่ปลูกเป็นแถว แปลงระยะที่ให้ผลผลิตเต็มที่แสดงการแข่งขันทั้งส่วนเหนือดินและส่วนใต้ดินสูงสุดใน ขณะที่แปลงระยะเริ่มต้นแสดงการแข่งขันต่ำสุด อย่างไรก็ตามทั้ง 3 แปลงตั้งอยู่บนพื้นที่ ลาดชัน ดังนั้นความรุนแรงของการแข่งขันจึงลดลงแต่การทำขั้นบันไดทำให้การแข่งขันเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามระบบรากของพืชทุกชนิดไม่มีความแตกต่างระหว่างบนและล่างของความลาดชัน ในแง่ของโครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงรากระบบมะแขว่น-ส้มโอ-เมี่ยงและมีการปลูกเป็นแถว สลับฟันปลาคือระบบที่ควรจะแนะนำ |
| บรรณานุกรม | : |
สายันต์ ตันพานิช . (2540). โครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงรากในระบบวนเกษตที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลัก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สายันต์ ตันพานิช . 2540. "โครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงรากในระบบวนเกษตที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลัก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สายันต์ ตันพานิช . "โครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงรากในระบบวนเกษตที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลัก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. สายันต์ ตันพานิช . โครงสร้างทรงพุ่มและรูปทรงรากในระบบวนเกษตที่มีชาเมี่ยงเป็นพืชหลัก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
