| ชื่อเรื่อง | : | ลักษณะและพัฒนาการของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองพะเยา ระหว่าง พ.ศ.2517-2538 |
| นักวิจัย | : | ไพลิน เขื่อนทา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5213 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยเรื่อง ลักษณะและพัฒนาการของกลุ่มการ เมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองพะเยา ระหว่าง พ.ศ.2517-2538 นี้ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อให้ทราบถึงลักษณะกำเนิดกลุ่ม การเมืองท้องถิ่นองค์ประกอบและโครงสร้างของกลุ่ม รวมถึง การคงอยู่และการล่มสลายของกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ในรูปแบบ ของเทศบาล ก่อนที่จะมีการศึกษาผู้วิจัยได้ตั้งข้อสมมติฐานไว้ 3 ประการ ประการที่หนึ่ง คือ การก่อกำเนิดของกลุ่มการเมือง ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความต้องการในผลประโยชน์ส่วนตัวของ สมาชิก มีผู้นำกลุ่มเป็นบุคคลสำคัญในการรวบรวมสมาชิก โดย อาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวตามระบบพรรคพวกและระบบอุปถัมภ์ ประการที่สอง บุคคลที่มารวมตัวกันจะมีผลประโยชน์สอดคล้องกัน แต่โครงสร้างเป็นการรวมตัวแบบหลวมไม่แน่นอน และประการ สุดท้ายพัฒนาการและการรวมตัวของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นขึ้นอยู่ กับปัจจัยความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ของสังคมไทย และการจัดสรร ผลประโยชน์ของสมาชิก หลังจากที่ได้ศึกษาจากเอกสารต่างๆ ที่ทำการเก็บรวบ รวมข้อมูล ทั้งในรูปข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิ รวมทั้งจาก การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายกเทศมนตรี เทศมนตรี ผู้นำฝ่ายค้าน สมาชิกสภาเทศบาล และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองข้าราชการส่วนท้องถิ่น อดีตนายกเทศมนตรี อดีตเทศมนตรีเทศบาลเมืองพะเยา และ ข้าราชการบำนาญที่เคยรับราชการในจังหวัดพะเยา เป็นต้น ผลการศึกษาพบว่า การก่อกำเนิดของกลุ่มการเมืองท้องถิ่น เทศบาลเมืองพะเยา เกิดจากการรวมตัวกันของกล่มบุคคลผู้มี ความใกล้ชิดกันเป็นส่วนตัว โดยมีผู้นำกลุ่มเป็นแกนนำสำคัญใน การรวมตัว สำหรับองค์ประกอบของกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกกลุ่ม พลังมวลชน และกลุ่มนายทุนท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์โยงใยกับ พรรคการเมืองระดับชาติ ส่วนโครงสร้างของกลุ่มนั้นจะเป็น การรวมตัวกันอย่างหลวมๆ ไม่มีการจัดองค์กรหรือแบ่งหน้าที่ กันชัดเจน แต่ในระหว่างทั้ง 3 กลุ่มจะมีความแตกต่างกันคือ กลุ่มบุญดี และสหาย กับกลุ่มพะเยาก้าวหน้า มีการรวมศูนย์ อำนาจการตัดสินใจไปที่หัวหน้ากลุ่มเพียงคนเดียว แต่ในขณะ ที่กลุ่มวุฒิชัย ตรรกบุตร ไม่มีลักษณะการรวมศูนย์ดังกล่าว สำหรับการคงอยู่ของกลุ่ม พบว่ากลุ่มบุญดี และสหาย และกลุ่ม พะเยาก้าวหน้า รักษาอำนาจอยู่โดยอาศัยความสัมพันธ์เชิง อุปถัมภ์ (Patron-Clients Structure) ซึ่งเป็นลักษณะ หนึ่งในโครงสร้างทางสังคมของคนไทย ความสัมพันธ์ภายใน กลุ่มไม่เท่าเทียมกัน เพราะอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ ส่วนตัว ในขณะที่กลุ่มวุฒิชัย ตรรกบุตร ลักษณะของความสัมพันธ์ จะเป็นแบบเท่าเทียมกัน แต่ยังคงมีลักษณะความสัมพันธ์ส่วนตัว ในประเด็นของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นกับพรรคการเมืองระดับชาติ สำหรับการเข้าไปบริหารงานของเทศบาล พบว่าทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ พบผลงานที่มีความแตกต่างกัน และผู้วิจัยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับ การรวมกลุ่ม 2 ประการ คือ ประการแรก ลักษณะหรือการ แสดงออกของกลุ่มการเมืองที่ต่างกัน น่าจะเกิดจากเงื่อนไข ทางด้านสถานภาพของกลุ่มและสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในเวลานั้น การที่กลุ่มการเมืองหนึ่งมีสถานภาพเป็นฝ่ายบริหารหรือฝ่ายค้าน ในสภาเทศบาลก็จะทำให้กลุ่มการเมืองนั้นมีบทบาทหน้าที่ อำนาจ และปัจจัยอื่นๆ ที่ต่างกัน ส่งผลให้การแสดงออกต่างกัน ประการ ที่สอง สถานการณ์ทางด้านเงื่อนเวลาที่กลุ่มเข้ามาบริหารงาน ของเทศบาล กลุ่มบุญดี และสหาย และกลุ่มวุฒิชัย ตรรกบุตร เข้ามาบริหารงานเทศบาลนั้น เป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจอยู่ใน ภาวะคงตัว แต่เมื่อกลุ่มพะเยาก้าวหน้าเข้ามาบริหารงาน สภาพ เศรษฐกิจรวมของประเทศเติบโตกว่า ฉะนั้นจึงส่งผลให้การพัฒนา ด้านต่างๆ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นกัน |
| บรรณานุกรม | : |
ไพลิน เขื่อนทา . (2539). ลักษณะและพัฒนาการของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองพะเยา ระหว่าง พ.ศ.2517-2538.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพลิน เขื่อนทา . 2539. "ลักษณะและพัฒนาการของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองพะเยา ระหว่าง พ.ศ.2517-2538".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพลิน เขื่อนทา . "ลักษณะและพัฒนาการของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองพะเยา ระหว่าง พ.ศ.2517-2538."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ไพลิน เขื่อนทา . ลักษณะและพัฒนาการของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองพะเยา ระหว่าง พ.ศ.2517-2538. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
