| ชื่อเรื่อง | : | การสร้างเกณฑ์ประเมินผลการเรียงความสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5-6 |
| นักวิจัย | : | วิยดา เหล่มตระกูล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4981 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเกณฑ์ประเมินผล การเรียงความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 หาคุณภาพ ของเครื่องมือในด้านความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่นและความเป็น ปรนัยของเกณฑ์ รวมทั้งสร้างคู่มือในการใช้เกณฑ์ประเมินผล การเรียงความที่สร้างขึ้น ทำการศึกษากับศึกษานิเทศก์ ครู และนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษาจังหวัดลำปาง ปีการศึกษา 2538-2539 รวมทั้งสิ้น 240 คน หาความเที่ยงตรงโดยให้ผู้เชี่ยวชาญให้น้ำหนักคะแนนข้อรายการ ตามแบบประเมินความเที่ยงตรงของเกณฑ์ นำคะแนนที่ได้มาคำนวณ หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คัดเลือกเฉพาะข้อรายการ ที่มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไป และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่เกิน 1.0 มาสร้างเกณฑ์ตรวจสอบความเป็นปรนัยของเกณฑ์ โดยใช้การ ทดสอบไค-สแควร์ หาค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีหาค่าสหสัมพันธ์ภายใน ชั้น (Intraclass Correlation) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ได้เกณฑ์ประเมินผลการเรียงความ ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ แบบประเมินผลการเรียงความ และเกณฑ์การให้คะแนน 2. จากการหาคุณภาพของเครื่องมือในด้านความเที่ยงตรง ความเป็นปรนัย ได้จำนวนข้อรายการและน้ำหนักคะแนน ดังปรากฎ ในวงเล็บ ดังนี้2.1 ด้านรูปแบบหรือส่วนประกอบของเรียงความ (15) ประกอบด้วย 8 ข้อรายการคือ หัวเรื่อง (1) สาระของคำนำ เนื้อ เรื่อง และสรุป (3) การย่อหน้าข้อความ (ส่วนคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป) (2) สัดส่วนของคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป (3) การ แบ่งคำ (2) การเว้นวรรคตอน (2) ตำแหน่งของหัวเรื่อง (1) และตำแหน่งของย่อหน้า (1)2.2 ด้านเนื้อหาสาระของเรียงความ (45) ประกอบด้วย 12 ข้อรายการ คือ ความแปลกใหม่ของเรื่อง (1) แนวคิดกับหัวเรื่อง (1) การเร้าความสนใจในส่วนคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป (3) ความ เป็นเอกภาพของแนวคิด (3) ความสอดคล้องระหว่างคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุปกับหัวเรื่อง (3) แง่คิดในส่วนสรุป (3) ความต่อเนื่อง สัมพันธ์กันของความคิด (6) การเรียงลำดับเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง (6) ความถูกต้องในการอ้างเหตุผล (5) ความสมบูรณ์ของหลักฐาน ที่นำมาอ้างอิง (5) การสนับสนุนความคิดหลักของส่วนขยาย (5) และความเหมาะสมของข้อความที่นำมาขยายกับความคิดหลัก (4)2.3 ด้านการใช้ภาษา (25) ประกอบด้วย 8 ข้อรายการ คือ การใช้ภาษาเขียน (6) การใช้คำได้ตรงตามความหมาย (3) ความชัดเจนของความหมายของคำที่นำมาใช้ (3) การเรียงลำดับ คำในประโยค (3) ความกะทัดรัดในการผูกประโยค (3) การใช้ คำลักษณะนาม คำสันธาน และคำบุรพบท (2) การใช้สำนวนได้ตรง ตามความหมาย (3) และความสอดคล้องของสำนวนกับเนื้อเรื่อง (2)2.4 ด้านกลไกประกอบการเขียน (15) ประกอบด้วย 3 ข้อรายการ คือ ลายมือ (5) การสะกดคำ (6) และความสะอาด (4)สำหรับความเชื่อมั่น ได้ค่าความเชื่อมั่นแยกตามองค์ประกอบ ที่ 1-4 และค่าความเชื่อมั่นโดยรวมทั้งฉบับ จากการตรวจเรียงความ หัวข้อที่ 1 เท่ากับ 0.98, 0.94, 0.90, 0.90 และ 0.97 ตาม ลำดับ จากการตรวจเรียงความหัวข้อที่ 2 เท่ากับ 0.98, 0.96, 0.93, 0.91 และ 0.97 ตามลำดับ 3. ได้คู่มือการใช้เกณฑ์ จำนวน 1 ฉบับ ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ ลักษณะของเกณฑ์ การพัฒนาเกณฑ์ คุณภาพของเกณฑ์ วิธีดำเนินการตรวจและการให้คะแนน การประเมินผล แบบประเมินผล การเรียงความ และเกณฑ์การให้คะแนน |
| บรรณานุกรม | : |
วิยดา เหล่มตระกูล . (2539). การสร้างเกณฑ์ประเมินผลการเรียงความสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5-6.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิยดา เหล่มตระกูล . 2539. "การสร้างเกณฑ์ประเมินผลการเรียงความสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5-6".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิยดา เหล่มตระกูล . "การสร้างเกณฑ์ประเมินผลการเรียงความสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5-6."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. วิยดา เหล่มตระกูล . การสร้างเกณฑ์ประเมินผลการเรียงความสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5-6. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
