ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์พลังงานความร้อนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์พลังงานความร้อนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง
นักวิจัย : วงกต วงศ์อภัย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4910
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อทำการสำรวจและศึกษา สภาพการใช้พลังงานความร้อนของหม้อลมร้อนที่ใช้ในการอบแห้ง มันสำปะหลัง และวิเคราะห์หาแนวทางในการอนุรักษ์พลังงานที่ จะเป็นไปได้ โดยทำการสำรวจโรงงานแป้งมันสำปะหลังจำนวน 10 แห่ง ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีระบบการผลิตลมร้อน 2 ระบบ คือระบบที่ใช้เตาเผาอากาศร้อนและระบบที่ใช้เตาเผาน้ำมันเป็น หม้อลมร้อน จากการวิเคราะห์พบว่าในระบบการผลิตแป้งมันสำปะหลัง มีอัตราการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตรวมโดยเฉลี่ยเป็น 2.806 เมกะจูลต่อกิโลกรัมของแป้ง ซึ่งประกอบไปด้วยอัตราการใช้พลังงาน ความร้อนและพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยการผลิตเฉลี่ยเป็น 2.125 และ 0.681 เมกะจูลต่อกิโลกรัมของแป้งตามลำดับ ในระบบการผลิตอากาศร้อนนั้นพบว่าหม้อลมร้อนทุกชุดทำงาน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงหลัก และจาก การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของหม้อลมร้อนทุกชุดพบว่ามีประสิทธิภาพ ตามกฎข้อที่ 1 และกฎข้อที่ 2 ทางเทอร์โมไดนามิกส์ โดยเฉลี่ย เป็น 71.16% และ 25.28% ตามลำดับ และมีค่าการย้อนกลับ ไม่ได้เฉลี่ยเป็น 70.64% โดยที่หม้อลมร้อนแบบเตาเผาอากาศ ร้อนจะมีประสิทธิภาพตามกฎข้อที่ 1 และกฎข้อที่ 2 ทางเทอร์โม ไดนามิกส์ และค่าการย้อนกลับไม่ได้โดยเฉลี่ยเป็น 69.76%, 17.11% และ 78.93% ตามลำดับ และหม้อลมร้อนแบบเตาเผา น้ำมันจะมีประสิทธิภาพตามกฎข้อที่ 1 และกฎข้อที่ 2 ทางเทอร์โม ไดนามิกส์ และค่าการย้อนกลับไม่ได้โดยเฉลี่ยเป็น 73.27%, 37.55% และ 58.21% ตามลำดับ สำหรับมาตรการในการลดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานความ ร้อน จะประกอบด้วย 4 มาตรการคือการปรับปรุงการเผาไหม้ของ หม้อลมร้อนจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 4.34 ล้านบาท และมีระยะเวลาในการคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 0.09 ปี มาตรการ ที่สองโดยการติดตั้งเครื่องอุ่นอากาศที่นำไปใช้ในการอบแห้ง โดย การใช้ความร้อนจากก๊าซไอเสียร้อนจากหม้อลมร้อนถ่ายเทไปสู่ อากาศซึ่งจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 1.02 ล้านบาท และมีระยะเวลาในการคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 7.34 ปี มาตรการ ถัดมาโดยการเปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิงจากน้ำมันเตาเกรด A เป็นน้ำมันเตาเกรด C ซึ่งจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 1.21 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนใดๆ และมาตรการสุดท้าย โดยการเปลี่ยนความหนาของฉนวนท่อส่งลมร้อนเพื่อลดการสูญเสีย ความร้อนผ่านผิวท่อซึ่งจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 303,110 บาท โดยมีระยะเวลาในการคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 7.55 ปี จากนั้นได้ทำการวิเคราะห์ความเหมาะสมในการนำระบบ ผลิตพลังงานร่วมมาใช้ในการผลิตลมร้อนในโรงงานแป้งมันขนาด ใหญ่ โดยพิจารณาใน 2 กรณีคือการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินและการ ใช้น้ำมันเตาเกรด C เป็นเชื้อเพลิง จากการศึกษาพบว่าในกรณี ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้พลังงาน ไฟฟ้าสูงสุด 1483 kW โดยมีราคาในการลงทุนเบื้องต้น 63.7 ล้านบาท มีระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 2.71 ปี และมี อัตราผลตอบแทนการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์เป็น 39.05% และพบว่าในกรณีที่ใช้น้ำมันเตาเกรด C เป็นเชื้อเพลิงจะมี ระยะเวลาในการคืนทุนมากกว่า 25 ปี โดยอัตราผลตอบแทน การลงทุนทางเศรษฐศาสตร์มีค่าต่ำกว่าศูนย์

บรรณานุกรม :
วงกต วงศ์อภัย . (2539). การวิเคราะห์พลังงานความร้อนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วงกต วงศ์อภัย . 2539. "การวิเคราะห์พลังงานความร้อนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วงกต วงศ์อภัย . "การวิเคราะห์พลังงานความร้อนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
วงกต วงศ์อภัย . การวิเคราะห์พลังงานความร้อนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.