| ชื่อเรื่อง | : | ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อการใช้หญ้าแฝกเป็นแถบพืช อนุรักษ์ดินและน้ำบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | ปิยะพล ระเบ็ง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4696 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเรื่องนี้ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะส่วน บุคคลและสภาพเศรษฐกิจ สังคม ของเกษตรกร รวมทั้งศึกษา การใช้ประโยชน์ที่ดินและความรู้ในเรื่องการชะล้างพังทลาย ของดินตลอดจนความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อการอนุรักษ์ดิน และน้ำแบบวิธีอื่นๆ และการใช้หญ้าแฝกเป็นแถบพืชในการ อนุรักษ์ รวมถึงปัญหาและข้อเสนอแนะของเกษตรกรที่ใช้ หญ้าแฝกเป็นแถบพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ เกษตรกรที่เป็น หัวหน้าครัวเรือนซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง จำนวน 129 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของ เกษตรกรที่มีต่อการใช้หญ้าแฝกเป็นแถบพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ในการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (Statistical Package for the Social Sciences : SPSS) ผลการวิจัยปรากฎว่า เกษตรกรที่เป็นหัวหน้าครัวเรือน มีอายุเฉลี่ย 34.7 ปี ส่วนมากร้อยละ 55.04 คน ไม่ได้รับ การศึกษามีขนาดของครอบครัวเฉลี่ย 6.81 คน เกษตรกรร้อยละ 79.07 ทำสวนเป็นอาชีพหลัก มีแรงงานที่ใช้ในการเกษตรเฉลี่ย ครอบครัวละ 3.39 คน โดยมีรายได้นอกภาคเกษตรกรรมเฉลี่ย 4,474.42 บาทต่อครอบครัวต่อปี ในขณะที่มีรายได้ในภาค เกษตรกรรมเฉลี่ย 21,484.50 บาทต่อครอบครัวต่อปีและ เกษตรกรร้อยละ 84.25 ได้รับข่าวสารความรู้ทางด้านการ เกษตรจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ สำหรับการถือครองพื้นที่เกษตรมีพื้นที่ถือครองเฉลี่ย ครอบครัวละ 2.22 แปลง คิดเป็นพื้นที่เฉลี่ย 4.84 ไร่ต่อ ครอบครัว ทางด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินมีเกษตรกรส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.82 จะทำประโยชน์ที่ดินติดต่อกันโดยไม่ปล่อย พื้นที่ทิ้งไว้ ขณะเดียวกันมีเกษตรกรร้อยละ 71.32 มีความ เข้าใจถึงผลกระทบของการชะล้างพังทลายของดินว่ามีผล ทำให้ผลผลิตพืชลดลงและมีความเห็นว่าควรที่จะมีการหยุดยั้ง หรือมีการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยทั่วๆ ไปเกษตรกรยังมีความเข้าใจผิดว่าวิธีการบางอย่าง ที่ไม่ใช่วิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำจะสามารถอนุรักษ์ดินและน้ำ ได้ดีเช่นวิธีการไถเตรียมดิน การกำจัดวัชพืช และการเผา เศษซากพืช เป็นต้น สำหรับความคิดที่มีต่อการใช้หญ้าแฝก เป็นแถบพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 74.42 เห็นด้วยมากกว่าวิธีการดังกล่าวนี้จะเป็นการป้องกัน การชะล้างพังทลายของดิน นอกจากนี้เกษตรกรร้อยละ 69.77 มีความสามารถในการปลูกสร้างแนวแถบพืชหญ้าแฝกแต่พบว่า เกษตรกรร้อยละ 30.23 ไม่สามารถดำเนินการปลูกสร้าง แนวแถบพืชได้เนื่องจากขาดแรงงานภายในครอบครัววาง แนวระบบอนุรักษ์ไม่ได้และไม่มีกล้าพันธุ์หญ้าแฝก ตลอดจน ต้องการคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในการใช้ประโยชน์ที่ดิน บนพื้นที่ลาดชัน ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยครั้งนี้คือ หน่วยงานของรัฐ ที่เข้าไปดำเนินงานรณรงค์การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดิน และน้ำบนพื้นที่ลาดชันควรจะมีการดำเนินงานแบบต่อเนื่องทุก ขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการขยายพันธุ์กล้าหญ้าแฝกและการดูแล รักษากล้าพันธุ์ รวมทั้งการจัดการแนวแถบพืชหญ้าแฝกในฤดูแล้ง โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม เพื่อเป็นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ ให้เกิดทักษะแก่เกษตรกรสมกับคำว่า การปลูกหญ้าแฝกเป็น เทคโนโลยีแบบง่ายๆ และเกษตรกรสามารถปฏิบัติเองได้ด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะพล ระเบ็ง . (2539). ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อการใช้หญ้าแฝกเป็นแถบพืช อนุรักษ์ดินและน้ำบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะพล ระเบ็ง . 2539. "ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อการใช้หญ้าแฝกเป็นแถบพืช อนุรักษ์ดินและน้ำบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะพล ระเบ็ง . "ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อการใช้หญ้าแฝกเป็นแถบพืช อนุรักษ์ดินและน้ำบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ปิยะพล ระเบ็ง . ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่อการใช้หญ้าแฝกเป็นแถบพืช อนุรักษ์ดินและน้ำบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
