ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม และจุลธาตุ ต่อคุณภาพและผลผลิตของส้มเขียวหวานที่ปลูกในดินชุดเชียงคาน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม และจุลธาตุ ต่อคุณภาพและผลผลิตของส้มเขียวหวานที่ปลูกในดินชุดเชียงคาน
นักวิจัย : ภิญโญ ศิรินันท์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4664
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จากการทดลองใส่ปุ๋ยหลัก N P K ให้แก่สวนส้มที่ปลูก ในดินชุดเชียงคาน ริมแม่น้ำน่าน โดยมีอัตราไนโตรเจน ในปี 2535 0.60, 0.72 และ 0.84 กก. N/ต้น/ปี ฟอสฟอรัส 0.60, 0.72 และ 0.84 กก. P(,2)O(,5)/ต้น/ปี และ โปตัสเซียม 0.60 และ 0.72 กก. K(,2)O/ต้น/ปี อัตรา ปุ๋ยเปลี่ยนแปลงไปเป็นไนโตรเจน 0.95, 1.07 และ 1.19 กก. N/ต้น/ปี ฟอสฟอรัส 0.72, 0.84 และ 0.96 กก. P(,2)O(,5)/ต้น/ปี และโปตัสเซียม 1.02 และ 1.14 กก. K(,2)O/ต้น/ปี ในปี 2536 พร้อมด้วยการใส่จุลธาตุ Fe, Zn, B และ Cu และไม่ใส่รวมเป็น 10 ตำรับทดลอง พบว่าน้ำหนัก เฉลี่ยของผลผลิตในตำรับทดลองดังกล่าวไม่มีความแตกต่างทาง สถิติแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังพบว่าคุณลักษณะอื่นๆ ที่เป็นองค์ ประกอบของผลผลิต เช่น น้ำหนักสดของผลส้ม เนื้อส้ม เปลือก กาก ปริมาตรของน้ำส้ม น้ำหนักแห้งของเปลือกและกาก ตลอดจน เปอร์เซนต์ของ total soluble solids และ total acidity ของน้ำส้ม ไม่มีความแตกต่างทางสถิติเช่นกัน อย่างไรก็ดีมี แนวโน้มว่าการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนที่ระดับ 0.72 และ 0.84 กก.N/ต้น/ปี พร้อมด้วยจุลธาตุสามารถเพิ่มน้ำหนักของผลส้ม และองค์ประกอบอื่นๆ ในขณะที่การเพิ่มโปตัสเซียมจะทำให้มี น้ำหนักกากสด ปริมาตรน้ำส้ม และเปอร์เซนต์ total soluble solids เพิ่มขึ้นแต่ไม่มากนัก การใส่จุลธาตุมีผลดีที่ชัดเจน คือ รสเฝื่อนของส้มหายไป กลิ่นหอมขึ้น รสชาติหวานแหลม หรืออมเปรี้ยวเล็กน้อย ปริมาณการใส่ปุ๋ย N และ K ที่เพิ่มขึ้นในปี 2536 ทำให้ความเข้มข้นของไนโตรเจนและโปตัสเซียมในใบที่ 3 และ 4 ถัดจากผลส้มขึ้นไปเพิ่มขึ้นกว่าปี 2535 คือจาก 2.75, 1.37% เป็น 2.02, 1.32% ตามลำดับ ปริมาณธาตุอาหารใน ใบที่ 3 และ 4 ถัดจากผลส้มขึ้นไปในเดือนกรกฎาคม กันยายน และใบที่ 3 และ 4 จากยอดของกิ่งไม่ติดผลในเดือนพฤศจิกายน สามารถนำมาประกอบการพิจารณาการให้ปุ๋ยแก่สวนส้มได้ ถ้า ความเข้มข้นของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปตัสเซียม ในเดือน กรกฎาคม อยู่ที่ระดับ 2.40, 0.14-0.15 และ 1.50% การ ใส่ปุ๋ยเพิ่มในกลางเดือนสิงหาคม-ต้นกันยายน อาจไม่จำเป็น และสรุปได้ว่า การใช้ปุ๋ย NPK อัตรา 0.72-0.84 กก.N/ต้น/ปี ร่วมด้วย 0.60 กก.P(,2)O(,5)/ต้น/ปี และ 0.72-0.80 กก. K(,2)O/ต้น/ปี พร้อมด้วยการใส่จุลธาตุตามอัตราที่ใช้ในการ ทดลองน่าจะเพียงพอสำหรับการผลิตส้มเขียวหวาน 80-100 กก./ต้น/ปี ในช่วงที่ต้นส้มได้รับธาตุ N, P, K ในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ค่าเฉลี่ยของธาตุดังกล่าวในเปลือก กาก และน้ำส้ม มีดัง ต่อไปนี้ ไนโตรเจนมีความเข้มข้น 1.07, 1.20 และ 0.056 % ฟอสฟอรัสมีความเข้มข้น 0.08, 0.20 และ 0.009 % โปตัสเซียม มีความเข้มข้น 1.66, 1.45 และ 0.130 % ตามลำดับ ปัญหาของการที่ดินชุดเชียงคานในจังหวัดน่าน มีปริมาณ แคลเซียม แมกนีเซียม ตลอดจนจุลธาตุต่างๆ ได้แก่ Fe, Zn, B และ Cu ในชั้นดินลึก 0-25 ซม. ในระดับต่ำคือแคลเซียม 245 ppm, แมกนีเซียม 68 ppm, เหล็กในประมาณต่ำมาก (trace), สังกะสี 1.5 ppm, โบรอน 0.20 ppm และ ทองแดง trace ยกเว้นในกรณีของ Mn ซึ่งมีอยู่ 50 ppm และ น่าจะเป็นพิษ จึงจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ดินและพืชร่วมกัน ในการจัดโปรแกรมการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสม การวิเคราะห์ตัวอย่าง ใบที่ 3 และ 4 จากยอดของกิ่งไม้ติดผลในเดือนพฤศจิกายน จะ เหมาะสมกว่าใบที่ 3 และ 4 ถัดจากผลส้มขึ้นไปโดยเฉพาะใบมี อายุเกิน 5 เดือน (เก็บในเดือนกรกฎาคม) ปริมาณธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี เหล็ก และโบรอน ในสภาพที่มีการเพิ่มเติม ให้แล้วคือ 1.68, 0.20 เปอร์เซนต์ และ 10.5, 29.6, 25.1 ppm ตามลำดับ พบว่าแคลเซียม และแมกนีเซียม ยังคงมีในระดับต่ำ ในกรณีของสังกะสีนั้นถ้าความเข้มข้นในใบต่ำกว่า 25 ppm น่าจะ มีอาการขาด Zn เกิดขึ้น ส่วนแมงกานีสในใบหลังใส่โดโลไมต์ แล้วมีความเข้มข้นเฉลี่ย 67.5 ppm และอยู่ในระดับที่ไม่เป็นพิษ การวิเคราะห์เปลือก กาก และน้ำส้มพบว่า แคลเซียมมีความ เข้มข้น 0.44, 0.19 และ 0.012% แมกนีเซียมมีความเข้มข้น 0.07, 0.06 และ 0.047% เหล็กมีความเข้มข้น 35.2, 22.3 และ 2.06 ppm สังกะสีมีความเข้มข้น 18.5, 13.3 และ 0.48 ppm แมงกานีสมีความเข้มข้น 13.3, 11.3 และ 0.47 ppm ส่วนโบรอนในเปลือก และกาก มีความเข้มข้น 7.1 และ 7.5 ppm ตามลำดับ นอกจากนั้นยังพบว่า ปริมาณสังกะสีในเปลือกส้ม สามารถ บอกถึงการขาด Zn ได้เป็นอย่างดี จะอยู่ในระดับปริมาณ 11.2 ppm ในขณะที่ส้มที่สมบูรณ์ ควรมี Zn อยู่ในระดับ 18-20 ppm ซึ่งเป็นการค้นพบที่สำคัญยิ่งในการให้คำแนะนำกับผู้ปลูกส้ม น้ำส้ม จะเป็นตัวชี้บอกถึงการขาดธาตุแคลเซียมและการสะสมแมกนีเซียม นั่นคือปริมาณแคลเซียมต่ำสุดในน้ำส้มจะเป็น 0.006% ส่วน แมกนีเซียมมีปริมาณสูงระหว่าง 0.047-0.048%

บรรณานุกรม :
ภิญโญ ศิรินันท์ . (2539). ผลกระทบของปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม และจุลธาตุ ต่อคุณภาพและผลผลิตของส้มเขียวหวานที่ปลูกในดินชุดเชียงคาน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภิญโญ ศิรินันท์ . 2539. "ผลกระทบของปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม และจุลธาตุ ต่อคุณภาพและผลผลิตของส้มเขียวหวานที่ปลูกในดินชุดเชียงคาน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภิญโญ ศิรินันท์ . "ผลกระทบของปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม และจุลธาตุ ต่อคุณภาพและผลผลิตของส้มเขียวหวานที่ปลูกในดินชุดเชียงคาน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ภิญโญ ศิรินันท์ . ผลกระทบของปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม และจุลธาตุ ต่อคุณภาพและผลผลิตของส้มเขียวหวานที่ปลูกในดินชุดเชียงคาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.