ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิพลของระดับน้ำ การให้ร่มเงา และสารกำจัดวัชพืชต่อการ เจริญเติบโตของวัชพืชคางกบคางได่ในหอยแดง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิพลของระดับน้ำ การให้ร่มเงา และสารกำจัดวัชพืชต่อการ เจริญเติบโตของวัชพืชคางกบคางได่ในหอยแดง
นักวิจัย : อาณัติ เจริญพงษ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4501
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาอิทธิพลในระดับน้ำ การให้ร่มเงา และสารกำจัด วัชพืชต่อการเจริญเติบโตของวัชพืชคางกบคางไก่ในหอมแดง ได้ทำเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก โดยการสัมภาษณ์เกษตรกรแบบ ไม่เป็นทางการ แบบเป็นทางการ และการสำรวจในแปลงของเกษตรกร เพื่อทำความเข้าใจวิธีปฏิบัติของเกษตรกรในส่วนที่เกี่ยว ข้องกับ คางกบคางไก่ และการควบคุมวัชพืชในระบบปลูกข้าว- หอมแดง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2536 ถึงมีนาคม 2537 ที่บ้าน เหล่ายาวเหนือ ต.เหล่ายาว อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน พบว่าเกษตรกรปลูกหอมแดง 2 ครั้งต่อปี หลังการเก็บเกี่ยว ข้าว และช่วงต้นฤดูฝน คางกบคางไก่ได้แพร่กระจายเข้าไปใน หมู่บ้าน 3-6 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันได้เป็นวัชพืชร้าย แรงในหอมแดง ซึ่งเกษตรกรยังไม่มีวิธีการควบคุมที่ได้ผล การควบคุมระดับน้ำลึก 5, 10 และ 15 ซม. และไม่มีการ ควบคุมระดับน้ำในข้าวที่ปลูกในกระถาง พบว่าการควบคุมระดับ น้ำทั้ง 3 ระดับ สามารถยับยั้งการงอกของคางกบคางไก่ ทำให้ ความหนาแน่น และน้ำหนักสดรวมของเหง้าลดลง แต่ไม่มีผลต่อ น้ำหนักแห้งต่อเหง้าของคางกบคางไก่ ความสูงและการแตกกอ ของข้าว ก.ข. 6 เมื่อปลูกหอมแดงต่อเนื่องจากข้าว พบว่า การควบคุมระดับน้ำทั้ง 3 ระดับไม่มีผลต่อความหนาแน่นของ ต้น เปอร์เซนต์การคลุมพื้นที่ของพุ่มใบคางกบคางไก่ ความสูง และจำนวนต้นต่อกอของหอมแดง การควบคุมระดับน้ำลึก 15 ซม. ทำให้ความสูงคางกบคางไก่เพิ่มขึ้น การควบคุมระดับ น้ำลึก 10 และ 15 ซม. ทำให้ผลผลิตหอมแดงเพิ่มขึ้น 524 และ 700 กก./ไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับไม่มีการควบคุมระดับน้ำ การให้ร่มเงา 30, 50 และ 70 % พบว่าไม่มีผลต่อระยะเวลา การงอกของคางกบ-คางไก่ การให้ร่มเงา 70 % เมื่อเปรียบ เทียบกับ 0 % มีผลทำให้ความหนาแน่นของต้น จำนวนใบต่อต้น ความหนาแน่นของเหง้าน้ำหนักสดรวม และน้ำหนักแห้งต่อเหง้า ลดลง 53, 61, 22, 41 และ 36 % ตามลำดับ สำหรับการใช้สารกำจัดวัชพืชควบคุมคางกบคางไก่มี 6 กรรมวิธี คือ glyphosate อัตรา 0.16 กก.(a.e.) ต่อไร่ imazapyr อัตรา 0.65 กก. (a.e.) ต่อไร่ dicamba อัตรา 0.40 กก. (a.e.) ต่อไร่ การตัดส่วนที่อยู่เหนือดินของคาง กบคางไก่ออก เมื่อมีใบประมาณ 4 ใบ ตัด 2 ครั้ง (แบบที่ เกษตรกรปฏิบัติ) ไม่มีคางกบคางไก่ และปล่อยให้มีคางกบ คางไก่เจริญตามปกติ พบว่าคางกบคางไก่จะแสดงอาการความเป็น พิษหลังจากถูกพ่นสารกำจัดวัชพืชไปแล้วภายใน 7 วัน และส่วน เหนือดินตายหลังพ่นสารประมาณ 25 วัน หลังจากพ่นสารกำจัด วัชพืช 1 เดือน พบว่าทำให้เหง้าที่มี ขนาดเล็กกว่า 1 ซม. เน่าฝ่อทั้งเหง้า ส่วนเหง้าขนาดใหญ่จะเน่าเพียง 1/3 ของเหง้าสารกำจัดวัชพืชทุกชนิดไม่มีผลต่อความหนาแน่นและ น้ำหนักสดรวมของเหง้าในดิน และเมื่อปลูกหอมแดงหลังจากพ่น สารกำจัดวัชพืชไปแล้ว 1 เดือน พบว่าสาร imazapyr และ dicamba ทำให้คางกบคางไก่งอกช้าไปประมาณ 20 วัน และทำให้ ความหนาแน่นของต้นลดลงในช่วง 15 และ 30 วันหลังปลูกหอมแดง สาร imazapyr ทำให้ความสูงของคางกบคางไก่ลดลงในช่วง 15 วันหลังปลูกหอมแดง สารกำจัดวัชพืชทุกชนิดไม่มีผลต่อจำนวนกอ และความสูงของหอมแดง สาร imazapyr ทำให้ผลผลิตของหอมแดง เพิ่มขึ้น 799 กก./ไร่ การตัดส่วนที่อยู่เหนือดินของคาง กบคางไก่ไม่มีผลต่อระยะเวลาที่เหง้าเจริญเป็นต้นใหม่ ความหนาแน่นของต้นคางกบคางไก่ และการเจริญเติบโตของหอมแดง แต่ทำให้ความสูง และจำนวนใบต่อต้นของคางกบคางไก่น้อยกว่า ปกติ ในช่วง 15, 30 และ 45 วันหลังจากปลูกหอมแดง เมื่อ เปรียบเทียบกับไม่มีการพ่นสารกำจัดวัชพืชในคางกบคางไก่ ก่อนปลูกหอมแดง

บรรณานุกรม :
อาณัติ เจริญพงษ์ . (2538). อิทธิพลของระดับน้ำ การให้ร่มเงา และสารกำจัดวัชพืชต่อการ เจริญเติบโตของวัชพืชคางกบคางได่ในหอยแดง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อาณัติ เจริญพงษ์ . 2538. "อิทธิพลของระดับน้ำ การให้ร่มเงา และสารกำจัดวัชพืชต่อการ เจริญเติบโตของวัชพืชคางกบคางได่ในหอยแดง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อาณัติ เจริญพงษ์ . "อิทธิพลของระดับน้ำ การให้ร่มเงา และสารกำจัดวัชพืชต่อการ เจริญเติบโตของวัชพืชคางกบคางได่ในหอยแดง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
อาณัติ เจริญพงษ์ . อิทธิพลของระดับน้ำ การให้ร่มเงา และสารกำจัดวัชพืชต่อการ เจริญเติบโตของวัชพืชคางกบคางได่ในหอยแดง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.