| ชื่อเรื่อง | : | ปรัชญาการศึกษาของพุทธทาสภิกขุ |
| นักวิจัย | : | สุรัตน์ เพชรนิล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5459 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จุดมุ่งหมายในการศึกษาแนวความคิดทางการศึกษาของพุทธทาสภิกขุก็คือต้องการให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีคิด ในเรื่องการจัดระบบการศึกษาที่ท่านได้นำเสนอโดยใช้พุทธศาสนา เป็นพื้นฐานในการจัดระบบการศึกษา ในการศึกษาครั้งนี้ได้จำกัดขอบเขตของการศึกษาอยู่ที่ เรื่อง ความหมายของการศึกษาจุดมุ่งหมายของการศึกษา และกระบวนการการจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุ จุดมุ่งหมาย รวมไปถึงแนวคิดเรื่องครู ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการชี้แนะแนวทางในการดำรงชีวิต ที่ถูกต้อง ผลจากการวิจัยพบว่า ท่านพุทธทาสภิกขุได้มองเห็นว่า ระบบการจัดการศึกษาในปัจจุบัน เป็นระบบการศึกษาที่เอาแบบอย่าง การจัดการศึกษามาจากประเทศตะวันตก ซึ่งทำให้ได้ระบบการ การศึกษาที่ไม่สมบูรณ์ หรือที่ท่านเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นการศึกษาหมาหางด้วน ซึ่งหมาย ความว่าเป็นการจัดระบบการศึกษาที่ทำให้มนุษย์ขาดความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องและสมบูรณ์ เป็น การจัดการศึกษาที่เพิ่มหรือเสริมสร้างสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัว ให้เกิดขึ้นในตัว มนุษย์เป็นการศึกษาทำให้มนุษย์ลุ่มหลง หรือยึดติดอยู่กับสิ่งที่เป็นวัตถุ ละเลยความมีใจสูง เพราะฉะนั้น การศึกษาที่จัดกันอยู่ในปัจจุบันจึงทำให้ผู้ศึกษา เข้ามาศึกษาเพื่อแสวงหา หรือ หาโอกาสให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เป็นวัตถุ มีการแก่งแย่ง แข่งขันในเรื่องของการครอบครองวัตถุ ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากพฤติกรรมของสัตว์ทั้งหลายโดยทั่ว ๆ ไป ผลที่ตามมาก็คือ ตัวมนุษย์เอง ก็ดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุขและทำให้สภาพสังคมเดือดร้อน วุ่นวาย ความเห็นแก่ตัว เป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุขในการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสร้างความเดือดร้อน วุ่นวาย ให้เกิดขึ้นในสังคมและวิธีการที่จะทำลาย ความเห็นแก่ตัวให้ ลดลงและหมดไป ก็เป็นหน้าที่ของการศึกษาที่ถูกต้อง ดังนั้นท่านพุทธทาสภิกขุจึงได้เสนอ การ จัดระบบการศึกษาที่ถูกต้อง ที่จะทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ซึ่งมีดังนี้ ท่านพุทธทาสภิกขุได้ให้ความหมายของการศึกษาตามรูปศัพท์ไว้ว่าคำว่า การศึกษา มาจาก คำว่า สิกขา ในภาษาบาลี ซึ่งแยกได้เป็น สะ กับ อิกขะ สะ แปลว่า เอง ตัวเอง ส่วน อิกขะ แปลว่า เห็น การเห็น เมื่อรวมความกันแล้วก็แปลว่า การที่จะทำให้ผู้ศึกษา มีความเห็น ความรู้ ความเข้าใจ ในตัวผู้ศึกษาเองอย่างแจ่มแจ้ง คำว่า การศึกษา ในความหมายของท่านพุทธทาสภิกขุ ดังกล่าว ผู้ศึกษาจะต้องมีการประพฤติ ปฏิบัติ ฝึกอบรม โดยตัวผู้ศึกษาเองจนในที่สุดก็เกิด ปัญญาคือ ความเห็นแจ้งในตัวเอง มิใช่เป็นการศึกษา เล่าเรียน ที่เพียงแค่ อ่านออก เขียนได้ ท่องได้ จดจำได้ อย่างที่เป็นอยู่ในระบบการจัดการศึกษาในปัจจุบัน จุดมุ่งหมายของการศึกษาในขั้นพื้นฐาน ท่านพุทธทาสภิกขุเสนอว่า ต้องสอนให้มนุษย์ มี ความรู้ ความสามารถ มีสติปัญญา มีความเฉลียวฉลาดและมีความสามารถในการประกอบอาชีพได้อย่าง มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้จุดมุ่งหมายในระดับที่สูงขึ้นไปและเป็นจุดมุ่งหมายหลักที่ท่านพุทธทาส ภิกขุให้ความสำคัญก็คือ การศึกษาจะต้องทำให้มนุษย์ สามารถทำลายความหลงผิดที่คิดว่า ตัว มนุษย์เอง มีตัวตนที่แท้จริงที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่เรียกว่า ความเห็นแก่ตัว ความเห็น แก่ตัวดังกล่าว เป็นรากเง่าของการก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมากมาย เพราะฉะนั้น ถ้าการ ศึกษาสามารถทำให้มนุษย์ทำลายความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวออกไปจากจิตใจให้ได้ปัญหาต่าง ๆ ที่ เกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่มีบ่อเกิดมาจากความเห็นแก่ตัวก็หมดไป มนุษย์ก็จะเป็นมนุษย์โดย สมบูรณ์ มีการประพฤติ ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องและจะนำไปสู่การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมี ความสงบสุข ในส่วนของกระบวนการ การจัดการศึกษาที่จะให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายดังที่กำหนดเอาไว้ นั้น ท่านพุทธทาสภิกขุได้เสนอแนวทาง รูปแบบ และวิธีการจัดการศึกษาไวัดังนี้ แนวทางการจัดการศึกษา -แนวทางยถาภูตสัมมัปปัญญาเป็นแนวทางของการศึกษาที่จะทำให้ผู้ศึกษาเกิดความรู้ประจักษ์ แจ้งโดยการปฏิบัติด้วยตนเอง เป็นการเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นจริงเช่น เห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์ ก็เกิดจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ๆ มิใช่เป็นเพียงความรู้ ความเข้าใจ จดจำได้ ท่อง ได้เท่านั้น -แนวทางไตรสิกขา เป็นแนวทางของการศึกษาที่ผู้ศึกษาต้องลงมือประพฤติ ปฏิบัติ ฝึกอบรม ที่เรียกว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ศีล คือ การฝึกอบรม ประพฤติ ปฏิบัติที่ไม่เบียดเบียนตนเองและ ผู้อื่น สมาธิ คือ การฝึกอบรมจิตใจให้มีความสงบมีลักษณะที่เป็นความบริสุทธิ์ สะอาด มั่นคง ไม่หวั่นไหว วอกแวก และพร้อมในการที่จะทำหน้าที่การงาน ปัญญา คือ การมีความรู้ ความเข้าใจ เห็นแจ้งในความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลาย ทั้งปวงตามที่เป็นจริง จนในที่สุดก็สามารถทำลายความ รู้สึกที่เข้าใจผิดว่าตัวเองมีตัวตนอยู่จริงได้ -แนวทางปฏิจจสมุปบาท แนวทางดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงลักษณะของสิ่งต่าง ๆ ที่มีความ ต่อเนื่อง มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะชีวิตซึ่งมีผัสสะและต้องมีความสัมพันธ์กับ สิ่งภายนอกแล้วก่อให้เกิดความรู้สึกความมีตัวตนเกิดขึ้น แนวทางปฏิจจสมุปบาทจะสอนให้มนุษย์ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดความหลงผิดที่ก่อให้เกิดความรู้สึกความมี ตัวตน รูปแบบการจัดการศึกษา -ระบบสหกรณ์แห่งศาสตร์ หมายถึง การรวมศาสตร์ ทุกๆ ศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น วิศวกรรมศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ศาสตร์เหล่านี้ก็ต้องมีศาสตร์หลักอยู่อย่างหนึ่งคือ ธรรมศาสตร์ ซึ่งจะทำให้การนำความรู้ จากศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านั้นมาใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง -แผนกการศึกษา ท่านพุทธทาสภิกขุเสนอแผนการจัดการศึกษาประกอบด้วย พุทธิศึกษา คือการ อบรม ฝึกฝนให้มนุษย์มีสติปัญญา มีความเฉลียวฉลาดเห็นความจริงของสิ่งทั้งหลาย ทั้งปวงตามที่ เป็นจริงตามธรรมชาติ จริยศึกษา คือ การฝึกอบรมลงมือประพฤติ ปฏิบัติโดยตัวผู้ศึกษาเองให้ อยู่ในระเบียบ กฎเกณฑ์ที่ถูกต้องดีพลศึกษา คือการฝึกฝนอบรมเพื่อก่อให้เกิดกำลังในฝ่ายกาย และฝ่ายจิตซึ่งต้องมีความสมดุลกันหัตถศึกษา คือ การมีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพ และต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เบียดเบียนผู้อื่น วิธีการจัดการศึกษา -โดยวิธีการที่เป็นการละ คือ ต้องละหรือทำลายความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวออกไปจากจิตใจให้ได้ -โดยวิธีการที่เป็นการสร้าง คือ ต้องสร้างจิตสำนึกให้มีรากฐานแห่งความมีมนุษยธรรม เช่น สร้างจิตสำนึกให้มีความรัก ความเคารพ ในสถาบันครอบครัว สถาบันครูบาอาจารย์ สถาบันพระสงฆ์ -โดยวิธีการส่วนที่ยังไม่แน่ใจ คือ การรับเอาแนวคิดทางการจัดการศึกษาที่มีอยู่ในต่าง ประเทศมาใช้ ต้องแน่ใจว่าจะก่อให้เกิดความเหมาะสมสอดคล้องกับการดำรงชีวิตของเรา แต่ถ้า ยังไม่แน่ใจก็อย่ารับนำมาใช้เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังได้ ความคิดเห็นเรื่องครู ครูเป็นบุคคลสำคัญ เป็นผู้ชี้แนะแนวทางในการดำรงชีวิตอันถูกต้องให้แก่ผู้ศึกษา ครูในทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุนั้นจะเป็นใครมาจากไหนก็ได้ แต่ต้องมีการประพฤติปฏิบัติที่ ถูกต้อง ดีงาม เป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้ศึกษาได้ มีคุณธรรม มีปัญญาความรู้ ความเข้าใจใน เรื่องของชีวิตอย่างแจ่มแจ้งและถูกต้องและที่สำคัญที่สุดต้องสามารถทำให้ผู้ศึกษาเห็นความ เป็นจริงของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นไปตามธรรมชาติซึ่งจะนำมาสู่การทำลายความรู้สึกที่มี ตัวตนของผู้ศึกษาเองได้ |
| บรรณานุกรม | : |
สุรัตน์ เพชรนิล . (2540). ปรัชญาการศึกษาของพุทธทาสภิกขุ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุรัตน์ เพชรนิล . 2540. "ปรัชญาการศึกษาของพุทธทาสภิกขุ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุรัตน์ เพชรนิล . "ปรัชญาการศึกษาของพุทธทาสภิกขุ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. สุรัตน์ เพชรนิล . ปรัชญาการศึกษาของพุทธทาสภิกขุ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
