ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

นโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาเด็กใช้ยาเสพติด : ศึกษาเฉพาะ กรณีของเด็กวัยรุ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : นโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาเด็กใช้ยาเสพติด : ศึกษาเฉพาะ กรณีของเด็กวัยรุ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย : ชำนาญ วรรลยางกูร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4388
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง นโยบายของรัฐในการแก้ไขปัญหาเด็ก ใช้สารเสพติด เป็นการศึกษาเพื่อทราบปัญหาสาเหตุที่เด็ก วัยรุ่นหันไปใช้สารเสพติดประเภทต่าง ๆ และเพื่อทราบรูปแบบ และระดับ ของการเสพสารเสพติดนั้น ๆ โดยทำการศึกษาเฉพาะ เด็กวัยรุ่นที่ใช้สารเสพติดและถูกจับกุมตัวไว้ดำเนินคดีใน เขตอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และถูกนำตัวมาควบคุมไว้ ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ โดยในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ตั้งสมมุติฐานว่า เด็ก วัยรุ่นใช้สารเสพติด รวมทั้งมีการแพร่กระจายของสารเสพติด มีแนวโน้มมากขึ้น เป็นเพราะว่า นโยบายของรัฐ ไม่ได้ให้ ความสำคัญต่อปัญหานี้เท่าที่ควรและการประสานงานระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีความยุ่งยากมากขึ้น การเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้ใช้ แบบสัมภาษณ์บุคคลและสังเกตุการณ์ แบบสัมภาษณ์บุคคล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. สัมภาษณ์เด็กและเยาวชนที่ใช้สารเสพติดและถูกจับ มาดำเนินคดีในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกนำ ตัวมาควบคุมไว้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดเชียงใหม่ แยกได้เป็น1.1 เด็กและเยาวชนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัด เชียงใหม่ จำนวน 32 คน1.2 เด็กและเยาวชนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน แต่มาพักอาศัยอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำนวน 3 คน1.3 เด็กและเยาวชนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัด ลำปาง แต่มาพักอาศัยอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำนวน 3 คน1.4 เด็กและเยาวชนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดพะเยา แต่มาพักอาศัยอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำนวน 1 คน 2. สัมภาษณ์ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และบุคคลระดับ หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขในปัญหาเด็ก วัยรุ่นใช้สารเสพติด รวม 10 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า เด็กวัยรุ่นที่ใช้สารเสพติด ได้ใช้ สารเสพติดเนื่องมาจากสาเหตุหลาย ๆ สาเหตุ ได้แก่ ปัญหา ครอบครัว เพื่อนชักชวน และปัญหาอื่นซึ่งประกอบด้วย ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อยากลอง อยากรู้ การผิดหวังใน เรื่องส่วนตัว รูปแบบการเสพมีทั้งดม กิน ผสมบุหรี่สูบ ฉีดเข้าสู่ร่างกายทางกล้ามเนื้อ และข้อเสนอแนะที่จะไม่ให้ เด็กวัยรุ่นสนใจสารเสพติดติดคือ การให้การศึกษา การ แนะนำให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และการกวาดล้าง แหล่งมั่วสุมต่าง ๆ ส่วนพวกที่เสพและติดสารเสพติดแล้ว ข้อเสนอแนะให้ กำจัดแหล่งผลิต จำหน่ายสารเสพติดต่าง ๆ รณรงค์และแนะนำให้เลิกเสพ และจัดหางานให้เด็กวัยรุ่นที่ พยายามเลิกเสพสารเสพติดแล้วทำ ส่วนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาสารเสพติด นั้นได้ให้ข้อเสนอแนะว่าจะต้อง ร่วมกันแก้ไขทั้งภาครัฐบาลและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดย เริ่มจากสถาบันครอบครัว ครูอาจารย์ สื่อมวลชน กองทุน และศูนย์บำบัดรักษา การกวดขันปราบปรามยาเสพติดอย่าง จริงจังและต่อเนื่อง และกฎหมายที่ลงโทษควรมีโทษหนัก การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยนำร่อง ดังนั้นรูปแบบ การแก้ไขปัญหาการใช้สารเสพติด จึงยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ ในความเป็นจริงนั้น จำนวนเด็กวัยรุ่นที่ใช้สารเสพติดนั้น มีสูงกว่านี้ ถ้าหากว่าได้ใช้เครื่องมือและวิธีการอื่น ๆ เข้าร่วมด้วย นอกจากนี้บริการที่ให้ยังไม่ครอบคลุมกลุ่ม ประชากรเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตาม การวิจัยครั้งนี้เป็น รูปแบบหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเฉพาะแห่ง และวิธีการดำเนิน งานเช่นนี้สามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในจังหวัดอื่น ๆ ได้

บรรณานุกรม :
ชำนาญ วรรลยางกูร . (2538). นโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาเด็กใช้ยาเสพติด : ศึกษาเฉพาะ กรณีของเด็กวัยรุ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชำนาญ วรรลยางกูร . 2538. "นโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาเด็กใช้ยาเสพติด : ศึกษาเฉพาะ กรณีของเด็กวัยรุ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชำนาญ วรรลยางกูร . "นโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาเด็กใช้ยาเสพติด : ศึกษาเฉพาะ กรณีของเด็กวัยรุ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
ชำนาญ วรรลยางกูร . นโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาเด็กใช้ยาเสพติด : ศึกษาเฉพาะ กรณีของเด็กวัยรุ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.