ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบการทดลองสามแบบในการเรียนซ่อม เสริมด้วยบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่กับแบบรายบุคคล

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบการทดลองสามแบบในการเรียนซ่อม เสริมด้วยบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่กับแบบรายบุคคล
นักวิจัย : บรรเทา จันทร์มณี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4280
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผล ของการใช้รูปแบบการทดลอง แบบโซโลมอน 4 กลุ่ม แบบ 2 กลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง และแบบ 2 กลุ่มวัดผลเฉพาะหลัง การทดลอง ในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซ่อมเสริม และความสนใจในการเรียนซ่อมเสริม วิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนกลุ่มอ่อน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างกลุ่ม ที่เรียนด้วยบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่ กับ กลุ่ม ที่เรียนแบบรายบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองเป็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2538 โรงเรียนแม่ทาวิทยาคม อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน จำนวน 80 คน โดยสุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ ค.204 เรื่องสมการและอสมการ เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนและแบบสอบถามวัดความสนใจ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการเปรียบเทียบรูปแบบการทดลองสามแบบในการ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซ่อมวิชาคณิตศาสตร์ พบว่า ผลการทดลองทั้งสามรูปแบบสอดคล้องไปในทางเดียวกัน คือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซ่อมเสริม วิชาคณิตศาสตร์ของ นักเรียนกลุ่มอ่อน กลุ่มที่เรียนด้วยบทเรียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์แบบคู่ มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า กลุ่มที่เรียนแบบ รายบุคคลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับเดียวกัน คือ .01 นอกจากนี้มีผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากแบบโซโลมอน 4 กลุ่ม พบว่าไม่มีการกระทำร่วมกันระหว่างวิธีเรียนกับการวัดและ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน กลุ่มอ่อน กลุ่มที่มีการวัดผลก่อนการทดลอง มีค่าเฉลี่ย สูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีการวัดผลก่อนการทดลอง อย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และรูปแบบ 2 กลุ่ม วัดผลก่อน และหลังการทดลองพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนการ ทดลองของกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่ม มีค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกัน 2. ผลการเปรียบเทียบรูปแบบการทดลองสามแบบ ในการ เปรียบเทียบความสนใจในการเรียนซ่อมวิชาคณิตศาสตร์ พบว่า ผลการทดลองทั้งสามแบบสอดคล้องไปในทางเดียวกัน คือ ความ สนใจในการเรียนซ่อมเสริม วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนกลุ่ม อ่อน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มที่เรียนกด้วยบทเรียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่ กับ กลุ่มที่เรียนแบบรายบุคคล มีค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกัน นอกจากนี้มีผลการวิเคราะห์ เพิ่มเติมของรูปแบบโซโลมอน 4 กลุ่ม พบว่า มีการกระทำ ร่วมกันระหว่างวิธีเรียนกับการวัด อย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ .01 เมื่อทดสอบรายคู่ย่อย พบว่า ความสนใจในการ เรียนซ่อมเสริมทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มที่มีการ วัดผลก่อนเรียนที่เรีบนแบบคู่ มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า กลุ่มที่มีวัดผลก่อนเรียนที่เรียนแบบรายบุคคล อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนรูปแบบ 2 กลุ่มวัดผล ก่อนและหลังการทดลอง พบว่า ความสนใจในการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ก่อนการทดลองของกลุ่มทดลองทั้งสองมีค่าเฉลี่ย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01

บรรณานุกรม :
บรรเทา จันทร์มณี . (2538). เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบการทดลองสามแบบในการเรียนซ่อม เสริมด้วยบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่กับแบบรายบุคคล.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บรรเทา จันทร์มณี . 2538. "เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบการทดลองสามแบบในการเรียนซ่อม เสริมด้วยบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่กับแบบรายบุคคล".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บรรเทา จันทร์มณี . "เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบการทดลองสามแบบในการเรียนซ่อม เสริมด้วยบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่กับแบบรายบุคคล."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
บรรเทา จันทร์มณี . เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบการทดลองสามแบบในการเรียนซ่อม เสริมด้วยบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบคู่กับแบบรายบุคคล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.