| ชื่อเรื่อง | : | เครือข่ายการเรียนรู้และการจัดการของชุมชนเกี่ยวกับป่าชุมชน |
| นักวิจัย | : | กอบกาญจน์ พจน์ชนะชัย |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4112 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่อง เครือข่ายการเรียนรู้และการจัดการ ของชุมชนเกี่ยวกับป่าชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์กร องค์ความรู้ วิถีปฏิบัติ กฎเกณฑ์ ระบบคุณค่า ความเชื่อและ พิธีกรรมของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการป่าชุมชน และ เครือข่ายการเรียนรู้ในการถ่ายทอดแนวคิดด้านการดูแล รักษาและจัดการป่าของชุมชน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูล ในพื้นที่โดยใช้การสัมภาษณ์ การสังเกตจากวิถีชีวิตประจำวัน การสังเกตและบันทึกข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่ม การประชุมของหมู่บ้าน เวทีแลกเปลี่ยนระหว่างหมู่บ้าน การ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในชุมชน และการศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ในชุมชนที่ศึกษามีลักษณะทางสังคมวัฒนธรรมคล้ายคลึง กับสังคมภาคเหนือทั่วไป คือมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น มีเครือข่ายทางสังคมเป็น กลุ่มเครือญาติ กลุ่มหัววัด กลุ่ม เหมืองฝ่าย กลุ่มหมวดบ้าน กลุ่มการปกครอง กลุ่มทางสังคม เศรษฐกิจ ซึ่งมีการพึ่งพาระหว่างกันในกลุ่ม กลุ่มต่าง ๆ สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผลเพราะมีการ ช่วยเหลือพึ่งพากันเมื่อเกิดภาวะการขาดน้ำ อันเนื่อง มาจากป่าที่เป็นแหล่งน้ำถูกทำลาย ทำให้ชุมชนเกิดการ เรียนรู้และมีการอนุรักษ์ป่า ความรู้นี้ได้แพร่กระจายไป ในชุมชนโดยผ่านเครือข่ายทางสังคม กลุ่มต่าง ๆ ทำให้ เกิดการยอมรับแนวคิดและได้มีการตั้งคณะกรรมการป่าชุมชน เพื่อออกกฎระเบียบและจัดการให้ป่าชุมชนคงอยู่ องค์กรชุมชน นี้ยังทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ความเชื่อในการอนุรักษ์ป่าทั้ง ทางตรงและทางอ้อม เช่น จัดพิธีกรรมบวงสรวงเจ้าป่า เป็นการถ่ายทอดความเชื่อว่าป่ามีผีเป็นผู้ดูแลรักษา ใคร ทำลายจะได้รับความวิบัติต่าง ๆ องค์กรชาวบ้านในการดูแลป่ามิได้ดำเนินการเองโดด ๆ แต่มีการเชื่อมโยงกับภายนอก เช่น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการ ลงโทษผู้ที่ไม่ยอมรับกฎระเบียบของชุมชน มีการติดต่อกับ นักวิชาการในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายป่าชุมชนอื่น ๆ รวมถึงการมีเครือข่ายกับชุมชนข้างเคียงทำให้มีการร่วมมือ กันดูแลป่าและทำให้ป่าเป็นป่าผืนเดียวกัน การขยายเครือข่าย ทั้งแนวตั้งและแนวนอนทำให้องค์กรชุมชนเข้มแข็ง นอกจากนี้ แล้วชุมชนยังพยายามถ่ายทอดแนวคิดการอนุรักษ์แก่เยาวชน โดยร่วมมือกับโรงเรียน มีการนำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชุมชน ซึ่งเครือข่ายการ เรียนรู้ในการถ่ายทอดแนวคิดด้านการดูแลรักษาและจัดการป่า ของชุมชนนั้น พบว่า เครือข่ายการเรียนรู้ของบุคคลเริ่มต้น เรียนรู้ จากครอบครัว เครือญาติ การเข้าร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ การเรียนรู้จากวัด และการเรียนรู้จากกลุ่มตามลักษณะของ การตั้งบ้านเรือน กลุ่มอาชีพ และคณะกรรมการป่าชุมชน เครือข่ายการเรียนรู้ของชุมชนได้จากสถาบันทางศาสนา สถาบันการศึกษาและพิธีกรรมที่เข้ามามีส่วนสร้างเครือข่าย การเรียนรู้ระหว่างบุคคลต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนและสนับสนุน ให้เกิดการดูแลรักษาป่าขึ้น และเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่าง ชุมชน ซึ่งอาศัยสัมพันธ์ทางเครือญาติ ผ่านพิธีกรรมซึ่งก่อให้เกิด เครือข่ายหัววัด เครือข่ายกิจกรรมและความเชื่อระหว่างชุมชน การประชุมสภาตำบลก็เป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของ ผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมประชุมสภาตำบล หน่วยงานของรัฐและ หน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชนเข้ามาสนับสนุนให้เกิดเวที แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระว่างหมู่บ้าน ดังนั้นกระบวนการ เรียนรู้จึงมีอยู่ 2 ลักษณะคือ กระบวนการเรียนรู้แบบไม่ เป็นทางการ จากการเรียนรู้จากวิถีชีวิต ความเชื่อ การ ถ่ายทอดบอกเล่าสืบต่อกันมา และกระบวนการเรียนรู้จาก ความสัมพันธ์กับภายนอกชุมชน |
| บรรณานุกรม | : |
กอบกาญจน์ พจน์ชนะชัย . (2537). เครือข่ายการเรียนรู้และการจัดการของชุมชนเกี่ยวกับป่าชุมชน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กอบกาญจน์ พจน์ชนะชัย . 2537. "เครือข่ายการเรียนรู้และการจัดการของชุมชนเกี่ยวกับป่าชุมชน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กอบกาญจน์ พจน์ชนะชัย . "เครือข่ายการเรียนรู้และการจัดการของชุมชนเกี่ยวกับป่าชุมชน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. กอบกาญจน์ พจน์ชนะชัย . เครือข่ายการเรียนรู้และการจัดการของชุมชนเกี่ยวกับป่าชุมชน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
