ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบปรัชญาการเมืองของซุ่นจื้อ กับโธมัส ฮอบส์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบปรัชญาการเมืองของซุ่นจื้อ กับโธมัส ฮอบส์
นักวิจัย : คำนวล คำมณี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=3891
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จุดมุ่งหมายในการศึกษาเปรียบเทียบปรัชญาการเมืองของ ซุ่นจื้อกับโธมัส ฮอบส์ ในครั้งนี้เพื่อให้ได้รับความรู้ และความเข้าใจในสาระสำคัญของปรัชญาการเมืองทั้งสองกลุ่ม โดยจำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบอยู่ที่เรื่องธรรมชาติของ มนุษย์, บ่อเกิดแห่งรัฐ, อำนาจรัฐ, รูปแบบการปกครอง, หน้าที่ของรัฐและองค์กรของรัฐ, เสรีภาพและความยุติธรรม, บทบาทของการศึกษากับความสำนึกทางการเมือง, อุดมคติทาง การเมือง ผลของการวิจัยพบว่า ซุ่นจื้อมีแนวความคิดเกี่ยวกับ ธรรมชาติของมนุษย์ว่าธรรมชาติเดิมของมนุษย์ชั่วร้าย ความดีของมนุษย์เกิดขึ้นโดยการศึกษา อบรมโดยเฉพาะการศึกษา อบรมในเรื่องวัฒนธรรม (Li) ในส่วนรูปแบบการปกครอง ซุ่นจื้อสนับสนุนการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช โดยมี กษัตริย์ผู้ทรงธรรมเป็นผู้ปกครองและควบคุมอำนาจทั้งหมด ในรัฐและธรรมิกราชเป็นกษัตริญืที่ได้รับการสถาปนาจาก ผู้มีความสามารถในการปกครองและมีคุณธรรม ซุ่นจื้อจึงปฏิเสธการสืบราชสมบัติตามลัทธิเทวสิทธิ์ ธรรมิกราชจะไม่ใช้อำนาจเด็ดขาดอย่างเต็มที่เพราะมี วัฒนธรรมและคุณธรรมเป็นตัวกำหนดการปฏิบัติหรือจริยาวัตร ของพระองค์ ถ้าหากพระองค์ประพฤติไม่เหมาะสมหรือไม่ปฏิบัติ หน้าที่ของรัฐ ประชาชนก็สามารถต่อต้านหรือปฏิวัติได้ อุดมคติทางการเมือง คือ รัฐที่มีความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ให้แก่ประชาชน ความเป็นระเบียบวินัยในการปกครอง ความสามัคคีกลมเกลียวช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ส่วนแนวความคิดของโธมัส ฮอบส์ ในเรื่องธรรมชาติ ของมนุษย์สรุปได้ว่า ธรรมชาติของมนุษย์มีความชั่วร้าย เพราะมนุษย์มีแรงกระตุ้นที่เกิดจากความอยาก และมีแรง กระตุ้นที่ก่อให้เกิดความไม่อยากหรือความรังเกียจเป็นตัว ผลักดันจิตใจซึ่งเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทสับสนวุ่นวาย ในสังคม ฮอบส์ได้เสนอมาตรการจำกัดความชั่วร้ายโดยใช้ กฎหมาย กฎหมายของฮอบส์เป็นคำสั่งหรือกฎเกณฑ์ของ รัฐาธิปัตย์ที่ใช้บังคับควบคุมประชาชนให้อยู่ในกรอบ ระเบียบวินัยของรัฐ รัฐาธิปัตย์เกิดขึ้นเนื่องจากสัญญา ประชาคมและรัฐาธิปัตย์เป็นผู้รับอำนาจทั้งปวงที่ประชาชน เป็นผู้มอบให้ รัฐาธิปัตย์จึงเป็นบุคคลเดียวที่อยู่เหนือ พันธะสัญญาทั้งปวงไม่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจหรือรับฟังความ คิดของใคร ฮอบส์ไม่สนับสนุนให้มีเสรีภาพทางการเมือง เพราะเสรีภาพทางการเมืองทำให้ประชาชนมีอิสระในการปฏิวัติ อำนาจของรัฐาธิปัตย์ซึ่งจะทำให้สังคมมนุษย์เข้าสู่สภาวะ สงคราม ส่วนอุดมคติทางการเมืองของฮอบส์นั้นคือรัฐที่มี เสถียรภาพประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัย และมีเสรีภาพ พอประมาณ จากการศึกษาเปรียบเทียบความคล้ายคลึงและความแตกต่าง กันของทั้งสองทรรศนะทำให้พบว่ามีบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน เช่น ธรรมชาติของมนุษย์, รูปแบบการปกครอง, องค์กรของรัฐ, เสรีภาพแห่งชาติและเสรีภาพแพ่ง, อุดมคติทางการเมืองใน เรื่องความเป็นระเบียบวินัยในการปกครอง ลักษณะที่มีความ คล้ายคลึงกันนี้ เนื่องมาจากหลักการพื้นฐานเช่นการมอง ธรรมชาติของมนุษย์ว่ามีความชั่วร้าย เพราะนักคิดทั้งสอง มีชีวิตอยู่ในช่วงบ้านเมืองมีความสับสนวุ่นวายด้วยสงคราม แย่งชิงความเป็นใหญ่ ทั้งสองท่านจึงแสดงทรรศนะธรรมชาติ ของมนุษย์ตรงกัน ในเรื่องรูปแบบการปกครองระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชทั้งสองท่านรู้ถึงข้อดีของการปกครอง โดยบุคคลเพียงคนเดียวว่าสามารถขจัดปัญหาความวุ่นวายได้ดี กว่าบุคคลหลายคนสามารถใช้อำนาจการปกครองในลักษณะรวมศูนย์ และการปฏิเสธลัทธิเทวสิทธิ์ นอกจากนี้ทั้งสองท่านยังมี ความคิดตรงกันในเรื่องเสรีภาพแห่งชาติและเสรีภาพทางแพ่ง, องค์กรของรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากท่านทั้งสองเคยมีชีวิตอยู่ ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช อุดมคติทางการ เมืองที่เน้นระเบียบวินัยในการปกครองนั้น ก็เพราะทั้ง ฮอบส์และซุ่นจื้อต่างก็มีความต้องการจะเห็นความเป็น ระเบียบเกิดขึ้นในรัฐ เนื่องจากเห็นผลเสียหายที่เกิดขึ้น จากความไม่มีระเบียบวินัยในรัฐในสมัยของท่านเอง ส่วนความแตกต่งกันเช่น บ่อเกิดของรัฐ อำนาจรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน หน้าที่ของ รัฐและความยุติธรรม เสรีภาพทางการเมือง บทบาทของการศึกษา กับความสำนึกทางการเมือง และอุดมคติทางการเมืองบางประเด็น ความแตกต่างเหล่านี้เกิดจากพื้นฐานทางความคิดที่แตกต่าง กันของปรัชญาทั้งสองกลุ่ม ซุ่นจื้อได้รับอิทธิพลจากปรัชญา ตะวันออกโดยเฉพาะปรัชญาจีนซึ่งจะเน้นในเรื่องคุณธรรมแห่ง ความเมตตากรุณาการสร้างจริยธรรมในจิตใจ และมุ่งการปฏิบัติ อบรมฝึกฝนตนเอง ฮอบส์ได้รับอิทธิพลจากปรัชญาตะวันตกสมัย ใหม่ ซึ่งเป็นยุคที่วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าจึงทำให้ความ คิดมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ และมีลักษณะเป็น ทฤษฎีที่มีระเบียบชัดเจนมีมาตรฐานกำหนดที่แน่นอน นอกเหนือ จากนี้ทั้งสองท่านยังมีความต่างกันด้วยเงื่อนไขเวลาและ สถานที่ ซุ่นจื้อและฮอบส์มีชีวิตอยู่ต่างยุคต่างสมัยและ สภาพแวดล้อมต่างกันจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความคิด ทั้งสองท่านต่างกัน กล่าวโดยสรุป ความคิดหลักของนักคิดทั้งสองมีความ แตกต่างกันอย่างมาก และเห็นได้ชัดเจนมากถ้ามองแต่เพียง ผิวเผินอาจไม่เห็นความแตกต่าง เพราะหลักการพื้นฐานที่นำมา เปรียบเทียบมีความคล้ายคลึงกัน แต่เมื่อได้ทำการศึกษา อย่างละเอียดก็สามารถเห็นได้ว่าความคิดที่ต่อเนื่องจาก หลักการพื้นฐานที่เป็นรายละเอียดและเป้าหมายของความคิด มีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นการชี้แนะให้เห็นถึงความต่าง ระหว่างท่าทีของคนตะวันตกและคนตะวันออกที่มีต่อชีวิต และมนุษย์

บรรณานุกรม :
คำนวล คำมณี . (2536). การศึกษาเปรียบเทียบปรัชญาการเมืองของซุ่นจื้อ กับโธมัส ฮอบส์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คำนวล คำมณี . 2536. "การศึกษาเปรียบเทียบปรัชญาการเมืองของซุ่นจื้อ กับโธมัส ฮอบส์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คำนวล คำมณี . "การศึกษาเปรียบเทียบปรัชญาการเมืองของซุ่นจื้อ กับโธมัส ฮอบส์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
คำนวล คำมณี . การศึกษาเปรียบเทียบปรัชญาการเมืองของซุ่นจื้อ กับโธมัส ฮอบส์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.