ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาการใช้ "นกต่อ" ในการปราบปรามยาเสพติด ในภาคเหนือของไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาการใช้ "นกต่อ" ในการปราบปรามยาเสพติด ในภาคเหนือของไทย
นักวิจัย : ดุษฎี อารยวุฒิ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=3888
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษา จากสถิติการปฏิบัติงาน ด้านการสืบสวนปราบปรามยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ของหน่วย ปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย เพื่อทราบสภาพปัญหาในการปฏิบัติงาน และปัจจัยที่ "นกต่อ" มีผลทำให้การปฏิบัติงานสำเร็จ หรือ ล้มเหลว การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทเฮโรอีน เป็นการกระทำผิดในรูปกระบวนการ มีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคน แบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะของการตัดตอน เพื่อไม่ให้ทาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามสาวไปถึงตัวการใหญ่ซึ่งอยู่ เบื้องหลังกระบวนการ ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายประเทศชาติ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมอย่างรุนแรง และยากต่อการสืบสวน ปราบปราม การปฏิบัติงานล่อซื้อยาเสพติดเพื่อจับกุม (FLASHROLL CASE) เป็นวิธีการสืบสวนปราบปรามวิธีหนึ่ง ที่ได้ผลดี และใช้มานานกว่า ๓๐ ปี โดยมีต้นแบบมาจาก กองปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กระทรวงยุติธรรม ประเทศ สหรัฐอเมริกา (DRUG ENFORCEMENT ADMINISTRATION

UNITED STATES DEPARTMENT OF JUSTICE) การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑. ส่วนที่ ๑ ศึกษาจากคดีที่มีการรับแจ้ง แล้วลงมือ ปฏิบัติงานสืบสวนปราบปราม จำนวน ๒๐๙ คดี ๒. ส่วนที่ ๒ ศึกษาจากกลุ่มคดีตัวอย่าง ซึ่งเป็นคดี สำคัญ การศึกษาวิจัยสรุปผลได้ดังนี้ การปฏิบัติงานล่อซื้อยาเสพติดยิ่งจับกุม เป็นการ สืบสวนปราบปรามที่ได้ผลดีอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะมีโอกาส ประสบผลสำเร็จเพียง ร้อยละ ๑๘.๗ แต่สามารถจับกุม ผู้ต้องหาครบกระบวนการ ตรวจยึดของกลางซึ่งเป็นเฮโรอีน ได้จำนวนมาก นกต่อที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ สายลับ ประเภทที่เคยกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ประเภทเฮโรอีน หรือ ความผิดอาญาอื่น ๆ ซึ่งมีอายุมากกว่า ๔๐ ปี และเจ้าหน้าที่อำพราง ที่เป็นเจ้าหน้าที่ ชั้นสัญญาบัตร เงินที่ใช้ล่อซื้อยาเสพติดไม่ใช่ปัจจัย สำคัญที่สุดในการปฏิบัติงาน แต่ปัจจัยสำคัญ คือ ความเชื่อใจระหว่าง ผู้ค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่อำพราง และสายลับ เวลากลางวันเป็นช่วงระยะเวลาที่ประสบผลสำเร็จในการ ปฏิบัติงานมากที่สุด ผู้ต้องหาสัญชาติไทยส่วนมากถูกจับ ในเวลากลางวัน ตรงกันข้ามกับช่วงเวลาเช้ามืด และพลบค่ำ ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ส่วนมากเป็นผู้ต้องหาต่างด้าว โดยการปฏิบัติงานที่ประสบผลสำเร็จส่วนมากปฏิบัติงานในเขต อำเภอที่ติดต่อกับชายแดน ผู้ต้องหาต่างด้าว และผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ มีโอกาสถูกจับกุมพร้อมด้วยอาวุธร้ายแรง หรือ มีการ ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมอย่างรุนแรง ความล้มเหลวของการปฏิบัติงานล่อซื้อ เกิดจาก สายลับ ร้อยละ ๒๐.๐ ส่วนมากเป็นประเภทสมัครใจ และ เกิดจากผู้ค้า ยาเสพติด ร้อยละ ๗๖.๔ ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา ได้แก่ การควบคุม การคัดเลือก การให้ผลตอบแทนสายลับ การจัดองค์กรด้านการข่าวเพื่อรองรับการปฏิบัติงานล่อซื้อ และ การจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสืบสวน ปราบปราม

บรรณานุกรม :
ดุษฎี อารยวุฒิ . (2536). ปัญหาการใช้ "นกต่อ" ในการปราบปรามยาเสพติด ในภาคเหนือของไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดุษฎี อารยวุฒิ . 2536. "ปัญหาการใช้ "นกต่อ" ในการปราบปรามยาเสพติด ในภาคเหนือของไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดุษฎี อารยวุฒิ . "ปัญหาการใช้ "นกต่อ" ในการปราบปรามยาเสพติด ในภาคเหนือของไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
ดุษฎี อารยวุฒิ . ปัญหาการใช้ "นกต่อ" ในการปราบปรามยาเสพติด ในภาคเหนือของไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.